จื่อโยว “จิ่วเยี่ย เจ้าอย่าได้เหลวไหล เจ้าจะต้องปกป้องสตรีงามของเจ้า เจ้าเองก็รู้ดีว่าสถานการณ์ของนางนั้นไม่ดีเท่าไรนัก อยู่ในทวีปเซี่ยโจวนั้นมิเป็นไร แต่เมื่อนางออกจากทวีปเซี่ยโจวหรือว่าเดินทางขึ้นเหนือไปเมื่อใด สถานะของนางจะถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น”
“ข้ารู้ดี” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“เจ้านั้นถูกนางวางยาพิษขนานแรงเข้าไป ความคิดที่บ้าคลั่งเช่นนี้ยังมีได้” จื่อโยวกล่าวอย่างจนปัญญา
จื่อโยวนั้นท่องไปทั่วโลกมนุษย์ ได้พบเจอกับสตรีงามมาแล้วตั้งไม่รู้เท่าไร แต่สำหรับความคิดที่วิปริตของสหายเชื้อพระวงศ์ของตนนั้น เขาคงไม่มีทางเข้าใจได้ไปชั่วชีวิต
“ไสหัวไป!” จิ่วเยี่ยรู้สึกรำคาญจื่อโยว จึงได้ไล่เขาไป
“ได้ เช่นนั้นข้าไปแล้ว เจ้าเองก็บ่มเพาะความรู้สึกกับแม่นางมู่เฉียนซีคนงามดี ๆ ก็แล้วกัน แท้ที่จริงแล้วไม่ต้องยุ่งยากมากเช่นนั้น เจ้านั้นก็จะต้มข้าวดิบจนสุกพร้อมแล้วมิใช่รึ ? แม่นางมู่คนงามคงอยู่ห่างเจ้าไม่ได้เป็นแน่แท้” จื่อโยวรู้แต่แรกแล้วว่าเมื่อเขามาไม้นี้จะต้องทำให้จิ่วเยี่ยกริ้วเป็นแน่ ดังนั้นแล้วเมื่อกล่าวจบ เขาจึงเร่งฝีเท้าหนีไปในทันที
……
ในที่สุดไป๋เหรินก็ได้เห็นมู่เฉียนซีเดินออกมาเสียที เขากล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นเสียเต็มประดา “มู่ซี เจ้าออกมาเสียที”
มู่เฉียนซีเอ่ยถาม “ไป๋เหริน ท่านมีเรื่องอะไรหรือ ?”
“ขอแสดงความยินดีด้วยที่เจ้าได้บรรลุเป็นระดับราชา อายุน้อยเช่นนี้หากว่าเป็นคนในสำนักของพว