กเรา ถือได้ว่าเจ้าเป็นยอดอัจฉริยะ หลายร้อยปีจะมีสักคนหนึ่งที่ทำได้ดีเพียงนี้ มู่ซี พรสวรรค์ของเจ้านั้นช่างทำให้ผู้อื่นอิจฉาได้มากเสียจริง ๆ”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างทะนงตน “ท่านอิจฉานั้นก็สมควรอยู่ ใครใช้ให้ข้าเป็นยอดอัจฉริยะแห่งใต้หล้านี้ที่หาตัวจับไม่ได้ทั้งบนโลกมนุษย์และโลกสวรรค์กันเล่า ?” เขากล่าวยกยอแต่นางกลับไม่ถ่อมตนเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกล่าวยกตนต่อ ไป๋เหรินแสยะยิ้มมุมปาก จากนั้นกล่าวขึ้น “การออกมาฝึกฝนในครั้งนี้เกิดเรื่องที่คาดไม่ถึงกับเหล่าศิษย์น้องของข้า ข้าเองก็จะต้องกลับไปรายงานกับท่านอาจารย์แล้ว จึงไม่สามารถอยู่ฝึกฝนเป็นเพื่อนเจ้าได้”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้าน “ข้าเองก็เล่นมามากพอแล้ว อยากกลับแล้ว อย่างไรเสียใช้ชีวิตอยู่ที่ทวีปเซี่ยโจวนั้นก็สบายกว่า”
ใบหน้าของไป๋เหรินเผยสีหน้ายินดีออกมา “เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก พวกเรากลับไปด้วยกันเถอะ”
“ไป๋เหริน ท่านนั้นเปรียบเสมือนเป็นผู้ใต้บัญชาของข้า แน่นอนว่าจะต้องตามกลับไปกับข้า”
ไป๋เหรินแข็งทื่อ เจ้าเด็กอายุน้อยผู้นี้ยังจะเห็นเขาเป็นผู้ใต้บัญชาอยู่อีก มู่ซีจัดให้เขาเป็นบุคคลประเภทลูกน้อง ดังนั้นแล้วมู่เฉียนซีจึงรีบเดินทางไปทางกับไป๋เหริน เพราะว่ามีไป๋เหรินที่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิผู้นี้อยู่ การเดินทางตลอดทั้งเส้นทางจึงราบรื่น ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่ง
ไป๋เหรินนั้นคิดจะพานางไปพบกับท่านอาจารย์ของเขา ถ้าหากว่าท่านอาจารย์ของเขา