ไม่ถือสาอะไรกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ความอยู่แล้ว เขากล่าวขึ้น “อา… เช่นนั้นทดสอบพลังจิตของเจ้า” จากนั้นเขาหยิบเอาหินหยกสีขาวราวหิมะออกมา นี่เป็นหินหยกที่ใช้ทดสอบพลังจิต พรสวรรค์ในการฝึกฝนของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่เลว หากว่าพลังจิตของเขาผ่านการทดสอบ ก็สามารถรับเข้าเป็นศิษย์ได้อย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
“ทดสอบรึ ? ทดสอบอย่างไร ?” มู่เฉียนซีเอ่ยถาม
ไป๋เหริน “เจ้าเพียงนำมือมาวางไว้บนมัน และรวบรวมพลังจิตเพียงเท่านั้น”
“อ้อ” มู่เฉียนซีพยักหน้า นางวางมือลงบนหินหยกก้อนนั้นพร้อมทั้งควบคุมพลังจิตของตนที่เพ่งออกไป นางควบคุมให้อยู่ในระดับที่สูงกว่าไป๋เหรินเพียงเล็กน้อยก็พอแล้ว เพราะถ้าหากสูงเกินไป ก็ยากที่จะไม่ถูกสงสัยเข้า แสงสีขาวสว่างวาบส่องออกมา ไป๋เหรินนั้นแทบจะลูกตาถลน
“นั่น… นั่น…”
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ผู้ที่อายุเพียงสิบหกปีกลับมีพลังแข็งแกร่งกว่าเขาได้ ช่างกระทบต่อเขาอย่างมาก
ผู้อาวุโสที่สามจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยดวงตาเปล่งประกาย สำหรับนักปรุงยาแล้ว พลังจิตนั้นสำคัญกว่าพลังความแข็งแกร่ง มู่ซียังอายุน้อยเพียงเท่านี้แต่กลับมีพลังจิตสูง ช่างเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีโดยแท้
ผู้อาวุโสที่สาม “รอให้ข้าสำเร็จภารกิจที่ท่านเจ้าสำนักมอบให้ข้าในครั้งนี้เสียก่อน แล้วเจ้ากลับไปที่หุบเขาหมอเทวดากับข้า ข้าจะรับเจ้าเข้าเป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการ” ไป๋เหรินหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “ฮ่า ๆ ๆ มู่ซี ดูเหมือนว่าเจ้าจะ