กลายเป็นศิษย์น้องของข้าแล้ว น้องชายมู่…”
ทว่ามู่เฉียนซีกลับกล่าวขึ้นว่า “เอ่อ… ข้าขอปฏิเสธได้หรือไม่ ? ที่เซี่ยโจวมีครอบครัวและมิตรสหายของข้าอยู่ ข้าไม่ต้องการที่จะจากไป และไปยังหุบเขาหมอเทวดา”
มู่เฉียนซีไม่เห็นหุบเขาหมอเทวดาอยู่ในสายตาถึงสองครั้งสองครา จึงทำให้ทั้งสองคนนั้นที่สุดแสนจะภูมิใจในหุบเขาหมอเทวดาของตน ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
ไป๋เหรินกล่าว “น้องชายมู่ เจ้าอาจจะไม่รู้ หุบเขาหมอเทวดาของเรานั้นเป็นสำนักนิกายระดับสอง สำนักนิกายระดับหนึ่งเพียงหนึ่งเดียวแห่งทวีปเซี่ยโจวของเจ้านั้น สำหรับหุบเขาหมอเทวดาแล้ว มันเป็นเพียงแค่เศษขยะ! อีกอย่าง บุคคลทั้งสำนักของเรานั้นล้วนแต่เป็นนักปรุงยา มีตำแหน่งที่สลักสำคัญเป็นอย่างมากในแดนใต้ หากว่าเจ้าเข้าสำนักหุบเขาหมอเทวดาของเรา… เจ้า…”
ไป๋เหรินกล่าวแนะนำหุบเขาหมอเทวดาจนลิ้นฝืดปากแห้ง
ผู้อาวุโสที่สามในเวลานี้รู้สึกหดหู่เล็กน้อย หากประกาศชื่อหุบเขาหมอเทวดาของเขาออกไป ทั้งแดนใต้จะมีคนคุกเข่าร้องไห้ตั้งไม่รู้เท่าไรเพื่อที่จะขอเข้าเป็นศิษย์หุบเขาหมอเทวดาของพวกเขา
ทว่า… เจ้าเด็กหนุ่มมู่ซีกลับกล้าปฏิเสธ ช่างไม่รู้จักดีร้ายเกินไปแล้ว
หลังจากที่ไป๋เหรินสาธยายจบ มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นช้า ๆ “ไป๋เหริน ท่านหมายความว่าหากข้าเข้าร่วมกับหุบเขาหมอเทวดา แล้วข้าทำตัวอันธพาลไปทั่วทั้งทวีปเซี่ยโจว ก็จะไม่มีใครกล้าทำอะไรกับข้าเช่นนั้นรึ ?”
.
.
.