าน
อารมณ์ของเสี่ยวหงนั้นทำให้ไป๋เหรินโกรธจนแทบกระอักเลือด
มู่เฉียนซีที่บำเพ็ญอยู่ด้านในห้องพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งครา ในที่สุดนางก็เลื่อนขั้นสำเร็จ ในขณะที่เลื่อนขั้นเป็นราชาแห่งภูตระดับหนึ่ง นางก็ได้เลื่อนขั้นเป็นราชายอดยุทธ์ควบคู่ไปด้วย
นางเข้าใกล้กับเป้าหมายที่ท่านอาเล็กได้ขอกับนางไว้เข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว คิดว่าวันที่จะได้เป็นจักรพรรดิระดับเก้านั้นคงอยู่ไม่ไกลมากนัก
จังหวะนั้นเอง เงาร่างสีดำปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซีและมองมู่เฉียนซี มุมปากนั้นกองกันที่ด้านหนึ่งเป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจ
“ไม่เลว”
เขาเฝ้ามองนางอยู่ตลอด ตั้งแต่ตอนที่นางยังไม่ได้ฝึกบำเพ็ญสักเท่าไร จนกระทั่งได้บรรลุขั้นราชา เวลาที่ได้ใช้ไปนั้นไม่ถึงครึ่งปี ศาลาเลือนรางเก้าชั้นไม่ใช่สิ่งของวิเศษใดที่ช่วยนางในการฝึกฝนบำเพ็ญ นอกจากให้เคล็ดวิชากับนาง ก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไรนางแม้แต่น้อย
นางพึ่งพิงความพยายามของตนเอง และวิชาปรุงยาที่ทรงพลัง จึงได้ก้าวมาทีละก้าวจนกระทั่งถึงวันนี้
ความรวดเร็วในการฝึกบำเพ็ญเช่นนี้ อย่าว่าแต่ผู้ที่อยู่เบื้องล่างผู้นั้นเลย แม้แต่ผู้ที่อยู่เบื้องบนหรือแม้แต่ในแดนต้องขัง ก็มีน้อยคนที่จะมีความสามารถอย่างเช่นที่นางมี
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “ข้าได้เลื่อนระดับขั้นไปเป็นราชาแห่งภูตแล้ว เจ้าว่าเมื่อเทียบกับเจ้า ข้ายังห่างชั้นกับเจ้าอีกเท่าไรรึ ?”
แม้ในตอนนี้ มู่เฉียนซีกำลังรู้สึกภาคภูมิใจ