สีหน้าของมู่เฉียนซีหม่นคล้ำด้วยความไม่พอใจ เจ้าศิษย์พี่ผู้นี้จะอืดอาดยืดยาดไปถึงเมื่อไร ? ฝีมือการปรุงยาก็งั้น ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไร้ประโยชน์สิ้นดี
ค่ายกลนี้คล้ายกับค่ายกลที่อาถิงเคยทำลายเมื่อก่อน ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ตั้งอกตั้งใจศึกษาเกี่ยวกับค่ายกล แต่ค่ายกลนี้นางพอจะรู้ว่าต้องจัดการกับมันอย่างไร
ในขณะที่ศิษย์พี่สี่กำลังพยายามทำทุกวิถีทาง ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็เตะก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ใต้ต้นไม้ ต่อมาไม่นานนัก ทุกอย่างตรงหน้าก็โล่งขึ้นมาทันใด
ศิษย์รุ่นน้องเหล่านั้นต่างกล่าวขึ้นด้วยความดีใจ “ศิษย์พี่สี่ฝีมือยอดเยี่ยมดีแท้ ในที่สุดก็ทำลายค่ายกลได้แล้ว”
“ศิษย์พี่สี่สมกับเป็นศิษย์ของสำนักจริง ๆ พรสวรรค์ช่างเลิศล้ำ”
“ช่างเยี่ยมยอด…”
ศิษย์น้องแต่ละคนชื่นชมยกย่องศิษย์พี่สี่ผู้นี้ต่าง ๆ นานาไม่หยุดปากจนเขาดีใจแทบร่างลอย เขาเป็นอัจฉริยะรอบด้านที่แท้จริง ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ในการปรุงยาเลิศล้ำ ยังได้เป็นอัจฉริยะนักปรุงยาอันดับต้น ๆ ของหุบเขาหมอเทวดา แต่แม้กระทั่งค่ายกลที่ซับซ้อนเช่นนี้ เขาก็สามารถทำลายได้ภายในชั่วพริบตา
ศิษย์พี่สี่ระงับความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ในใจก่อนจะกล่าวด้วยความนิ่งสงบ “เอาล่ะ พวกเรารีบออกเดินทางกันดีกว่า อย่าปล่อยให้พวกสวะไร้ประโยชน์ของเซี่ยโจวพวกนั้นแย่งชิงผลเก้าอัคคีของมู่ซีไปได้”
ผลเก้าอัคคีไม่ได้มีเพียงผลเดียวแน่นอน เพียงแต่พวกเขาอยากจะได้ความดีความชอบส