ได้
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงเกาะอัคคีลึกลับได้อย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นว่ามีผู้คนมากมายอยู่รอบ ๆ เกาะ พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เลือกที่จะเข้าไปในเกาะอัคคีลึกลับทันทีที่มาถึง แต่เลือกที่จะดูลาดเลาก่อน
มู่เฉียนซี “เหตุใดพวกเจ้ายังมัวแต่ยืนซื่อบื้ออยู่เล่า ? รีบเข้าไปเซ่!”
ไป๋เหริน “เกาะอัคคีแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเปลวไฟ หากพรวดพราดเข้าไปตอนกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ ผู้ที่ไม่มีพลังวิญญาณถึงขั้นจักรพรรดิมีหวังโดนกลิ่นอายเปลวไฟกลืนกินและต้องตายอย่างน่าสังเวช มีเพียงยามราตรีเท่านั้นที่เปลวไฟจะอ่อนลง ตอนนั้นจึงจะเป็นเวลาเหมาะที่จะเข้าไป”
ต่อให้อยู่ในระดับจักรพรรดิ หากเข้าไปกลางวันแสก ๆ ก็สามารถโดนกลิ่นอายของเปลวไฟแผดเผาจนสูญเสียพลังวิญญาณไปมากได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะเข้าไปในตอนกลางคืน
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวขึ้น “เป็นเช่นนี้นี่เอง”
“มู่ซี เจ้าโชคดีที่มากับพวกข้า มิเช่นนั้นเจ้าคงได้ตายมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านดินไปแล้ว” ศิษย์ผู้หนึ่งของหุบเขาหมอเทวดากล่าวเย้ยหยันอย่างไม่ไว้หน้า
มู่เฉียนซี “พวกเจ้าเป็นผู้ติดตามข้าก็ต้องรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้ ข้ามีหน้าที่เพียงแค่เอาของล้ำค่าเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเหตุใดข้าจะต้องให้พวกเจ้าติดตามข้ามาด้วยเล่า ?”
“เจ้าคิดว่าพวกข้าเต็มใจติดตามเจ้ารึ ?! หากไม่ใช่เพราะ…” ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวจุดประสงค์ของเขาออกมา ทันใดนั้นไป๋เหรินก็กล่าวแทรกขึ้น
“พอไ