ด้แล้ว มู่ซีเป็นผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา พวกเราได้พบกันรู้จักกันนับว่าเป็นสหายกัน ต้องปกป้องเขาให้ดี ๆ”
“ศิษย์พี่สี่กล่าวถูกต้องแล้ว”
มู่เฉียนซีลอบคิดในใจ‘มู่ซีเป็นผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา เหอะ! เจ้าคนผู้นี้ก็กล้ากล่าวโป้ปดได้เต็มปาก ความจริงจากก้นบึ้งหัวใจคงจะคิดว่าข้าเป็นคนโง่งมกระมัง ?!’
พวกเขาพักผ่อนกันที่ชายหาด แสงจันทร์สาดทอลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ในที่สุดยามรัตติกาลที่รอคอยก็มาถึง
— ฟึ่บ! —
ร่างนับไม่ถ้วนพุ่งพรวดเข้าไปในเกาะอัคคีลึกลับ ทว่ามู่เฉียนซีกำลังอยู่ในท่วงท่าอาการที่เชื่องช้า
“มู่ซี เจ้าชักช้าอยู่ใย ? รีบไปสิ เจ้าไม่อยากได้ผลเก้าอัคคีเพื่อนเลื่อนเป็นระดับราชาแล้วรึ ?”
“อยาก ข้าต้องอยากเลื่อนขั้นแน่นอน” มู่เฉียนซีรีบพรวดเข้าไปในเกาะอัคคีลึกลับทันที
คนของหุบเขาหมอเทวดารีบตามไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกเขามองมู่เฉียนซีที่พุ่งเข้าไป พวกเขาก็กล่าวดูถูกเหยียดหยาม “เป็นเพียงปรมาจารย์ภูตแท้ ๆ รีบพรวดพราดไปเช่นนั้นไม่กลัวคนฆ่าตายรึ ? โง่เง่าโดยแท้”
ใบไม้ที่มีกลิ่นอายร้อนดั่งเปลวไฟพลิ้วไหวพัดไปตามสายลม ถึงแม้ว่าจะเป็นยามรัตติกาล แต่กลิ่นอายความร้อนของเปลวไฟนั้นก็ทำให้พวกเขาหนักใจอยู่มากเช่นกัน
ไป๋เหรินกับคนอื่น ๆ มีพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไปเป็นไร มู่เฉียนซีซึ่งเป็นเพียงแค่ปรมาจารย์ภูต นางคงจะต้องเสแสร้งสักเล็กน้อย อันที่จริงแล้วกลิ่นอายเปลวไฟนี้ก็เป็นพิษชนิดหนึ่