งนั่นเอง นางทราบดี…
พิษนี้นางสามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย และง่ายดายเสียยิ่งกว่าจักรพรรดิแห่งภูตเหล่านี้อีกด้วย
ไป๋เหรินเห็นเม็ดเหงื่อนับไม่ถ้วนผุดขึ้นบนหน้าผากของ ‘มู่ซี’ เขาจึงหยิบเอายาวิญญาณออกมาเม็ดหนึ่ง “มู่ซี นี่เป็นยาหนิงหาน ข้าให้เจ้ากิน จะช่วยทำให้เจ้ารู้สึกเย็นและสดชื่นขึ้น”
มู่เฉียนซี “อืม”
ยานี้เป็นยาวิญญาณระดับเจ็ด นางไม่คิดเลยว่าเขาจะลงทุนมอบยาล้ำค่านี้ให้ เหล่าบรรดาศิษย์น้องเห็นเช่นนี้แล้วก็อิจฉาริษยามู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก ศิษย์พี่สี่ยังไม่เคยใจกว้างกับพวกเขาถึงเพียงนี้เลย
ในขณะที่มู่เฉียนซีกินยาหนิงหานนี้ นางก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาทำอะไรบางอย่างไว้กับยาเม็ดนี้แล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับนาง
หลังจากที่มู่เฉียนซีกินยาระดับเจ็ดนี้ไป ไป๋เหรินท่าทางสบายใจมากขึ้น ดูเหมือนว่ามู่เฉียนยังคงเป็นอาหารมื้อใหญ่ของเขา เป็นเจ้าหนุ่มน้อย ๆ ที่ไร้ซึ่งทางหลบหนีจากเงื้อมมือของเขา
หลังจากที่กินยาระดับเจ็ดนี้ไป มู่เฉียนซีก็แสดงท่าทางสบาย ๆ แต่กลับมีบางอย่างเกิดขึ้นรอบตัวพวกเขา
“ศิษย์พี่สี่ เหตุใดพวกเราถึงได้อยู่ที่เดิม ?” ศิษย์น้องผู้หนึ่งกล่าวถามด้วยความสงสัย
มู่เฉียนซีตกใจขึ้นมา สีหน้านางพลันเปลี่ยนไป “ข้าก็รู้สึกแปลกพิกลเช่นกัน พวกเราอยู่ที่เดิม หรือว่าพวกเราเจอผีสางเข้าให้แล้ว!” ท่าทางการแสดงออกของมู่เฉียนซียิ่งทำให้พวกเขาดูถูกดูแคลน เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย