ี้ดูเหมือนคนขาดเงินหรือ ? ข้าเหมาโรงเตี๊ยมนี้เอาไว้แล้ว พวกเจ้าไปหาเข้าพักที่โรงเตี๊ยมอื่นเถอะ”
‘ร่ำรวยมาจากไหนกัน! มีเงินทองแล้วหน้าใหญ่ใจกว้างนักหรือไร ? เจ้าหนุ่มผู้นี้วอนเสียแล้ว เห็นทีคงต้องสั่งสอนให้เขาทราบเอาไว้ว่าในใต้หล้านี้ อย่างไรเสียการใช้กำลังก็ใช้ได้ผลดีที่สุด’ศิษย์พี่สี่คิด
เวลานี้คนของหุบเขาหมอเทวดาบางคน เตรียมเอาด้านแข็งกร้าวของพวกเขาเข้าสู้แล้ว ทว่าศิษย์พี่สี่ได้ห้ามปรามเอาไว้
“คุณชายน้อย เมื่อออกมาผจญภัยด้านนอก การมีมิตรสหายเพิ่มมามักดีกว่ามีศัตรูเพิ่มมามิใช่หรือ ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะออกมาฝึกตน บางทีพวกเราอาจจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อยู่บ้าง”
มู่เฉียนซี “ก็ใช่ ข้านั้นออกมาเพื่อท่องเที่ยวเพื่อฝึกประสบการณ์ ไม่ได้นำสิ่งของใดติดตัวมาด้วยมากนัก ทว่าเงินทองนั้นข้าพกมาเพียงพออย่างแน่นอน รู้จักมิตรสหายเอาไว้สักสองสามคนก็ไม่เลว พวกเจ้าเองก็ดูเหมือนจะมีพลังความสามารถที่ดี หากต่อไปนี้ข้าออกทะเล พวกเจ้าตามข้ามาเป็นลูกน้องข้าก็แล้วกัน”
“ช่างกล้ากล่าววาจาอวดดีนักนะเจ้าหนุ่ม เจ้าสถานะอะไร พวกเราสถานะอะไรเจ้ารู้แล้วหรือถึงได้กล้ากล่าววาจาเช่นนี้” หนึ่งในลิ่วล้อของศิษพี่สี่กล่าวต่อว่ามู่เฉียนซี สำนักนิกายระดับสองของพวกเขานั้นดูถูกทุกสิ่งอย่างในเซี่ยโจว ไฉนเลยจะยอมให้เด็กหนุ่มไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามากดขี่ข่มเหงพวกเขาได้ มู่เฉียนซี “ในเมื่อพวกเจ้าไม่เต็มใจ เช่นนั้นก็เชิญไปตามทา