ยงแค่น่าหลานอวี้เท่านั้น แต่ยังมีคนอื่นอีกมากมาย นี่มันเป็นเรื่องที่แย่มากสำหรับเขา
มู่เฉียนซีเอามือเคาะหัวของเสี่ยวหง “เสี่ยวหง ปัญญาของเจ้ามีไม่พอ โดนเจ้าคนผู้นั้นล้วงข้อมูลไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”
สมกับเป็นผู้นำของหอเชียนอินผู้ซึ่งโดดเด่นในเรื่องการสืบข่าวของเซี่ยโจวจริง ๆ ล้วงข่าวเกี่ยวกับศัตรูหัวใจจากปากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไปได้โดยที่มันไม่รู้ตัวเลย และเขาก็รู้สึกว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ใบหน้าเขาต้องหล่อเหลา คำพูดคำจาต้องกินใจ
เสี่ยวหงก้มหน้ากล่าว “ข้าผิดไปแล้ว เจ้าบ้านั่นเจ้าเล่ห์นัก ข้าจึงพยายามพูดจะเอาชนะเขาให้ได้”
มู่เฉียนซี “ช่างเถอะ ต่อไปข้าจะเข้าฌานทะลวงพลังวิญญาณขั้นราชา เจ้าจงเฝ้าประตูไว้ให้ดี”
เสี่ยวหงบ่นพึมพำ “นายท่าน ข้าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ จะให้ข้ามาเฝ้าประตูงั้นรึ ?”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “ไม่เฝ้าประตู เช่นนั้นให้เจ้าไปคุ้มครองความปลอดภัยให้กับคู่พันธมิตรของข้าอย่างคุณชายเซี่ยไหมเล่า ?”
“คุ้มครองความปลอดภัยให้เจ้าบ้านั่น!” เสี่ยวหงแทบจะกระอักเลือด สุดท้ายก็ต้องยอมรับชะตากรรม “ข้าเฝ้าประตูเอาไว้ก็ได้ขอรับ”
หากไปคุ้มครองความปลอดภัยให้เจ้าเชียนอ้าวเซี่ยนั่นมีหวังต้องทะเลาะกันจนตายไปข้างหนึ่งเป็นแน่
การทะลวงพลังวิญญาณเลื่อนขั้นจากปรมาจารย์เป็นขั้นราชานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พลังวิญญาณในร่างกายเต็มเปี่ยมแล้ว แต่นางยังขาดโอกาสบาง