ำตก ใบหน้างดงามจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเปล่งประกายความเย็นยะเยือก ทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกเย็นเยือกตาม
“เป็นเจ้า… แม่นางมู่!” จักรพรรดิอิ๋นจดจำมู่เฉียนซีได้ “แม่นางมู่ หรือว่าหอการค้าอันดับหนึ่งจะสนใจผลวิญญาณมหาจักรพรรดิ ข้าจะไม่แย่งชิงผลวิญญาณมหาจักรพรรดิกับหอการค้าอันดับหนึ่ง เจ้าช่วยข้าด้วย”
เวลานี้จักรพรรดิอิ๋นได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ถึงตาย
อวิ๋นเหิ้นเทียน “นักฆ่าเทพมรณะเป็นคนของหอการค้าอันดับหนึ่ง เจ้าก็ด้วย หอการค้าอันดับหนึ่งช่างบังอาจนัก ถึงกับกล้าท้าทายสำนักอวิ๋นเยียนเรา!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย “พวกเจ้าคาดเดากันไปเอง ข้าไม่ได้รับคำสั่งจากหอการค้าอันดับหนึ่งหรือใครทั้งนั้น”
เชียนอ้าวเซี่ยเดินเข้ามา กล่าวอย่างขมขื่นว่า “เสี่ยวซีซี ดูเหมือนว่าเจ้าจะปกป้องน่าหลานอวี้เป็นอย่างมาก ข้าหึงแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวพลางขมวดคิ้ว “เดี๋ยวกลับไปข้าจะซื้อจิ๊กโฉ่วให้เจ้ากินสักสองสามถัง เจ้าค่อย ๆ กินไปแล้วกัน” (กินจิ๊กโฉ่ว = หึงหวง) เวลานี้เส้นประสาททุกเส้นของอวิ๋นเหิ้นเทียนนั้นตึงไปเสียหมด เขาเอ่ยถามขึ้น “เจ้าจะเอาเช่นไรกันแน่ถึงจะยอมปล่อยข้าไป ?”
“ตั้งแต่ตอนที่ข้าเดินออกมา จุดจบของเจ้ามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ—ตาย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างช้า ๆ
ด้วยความเลือดเย็นและไร้ความปราณี อวิ๋นเหิ้นเทียนแสนสิ้นหวัง เขาพยายามดิ้นรนไปจนถึงตอนท้ายสุดก่อนจะกล