ความสามารถของพวกเขาจะไม่เลว แต่ทว่าก็ไม่อาจที่จะต้านทานการเข้าสู้แบบหมุนเวียนหรือการต่อสู้ที่หมุนเวียนเปลี่ยนผลัดกันเข้ามาสู้อย่างต่อเนื่องได้
อวิ๋นเหิ้นเทียนตะคอกอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้ากลับตัวตอนนี้ยังทัน!”
เจ้าสำนักเจินอู่กล่าวตอบ “ข้านั้นทนมามากพอแล้ว เดิมทีสำนักเจินอู่ของพวกเราเป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งแคว้นอิ๋นเหยียน แต่พวกเจ้า เจ้าพวกลูกหมา! เป็นเพราะพวกเจ้านั้นเลียแข้งเลียขาประจบสอพลอ จึงทำให้เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนคอยปกป้องสนับสนุน ทำให้พวกเจ้าได้กลายเป็นสำนักที่มีกำลังแข็งแกร่งที่สุดในแคว้นอิ๋นเหยียน สำนักของพวกเรานั้นโดนพวกเจ้ากดขี่อยู่ตลอดมา ในที่สุดวันนี้ก็ถึงเวลาที่ข้าจะได้ล้างแค้นเสียที” “สำนักเจินอู่ของพวกเจ้าทะเยอทะยานนัก สมควรตาย!”
— ครืน! —
พวกเขาต่อสู้กันดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นคาวโลหิตในอากาศนั้นก็เข้มคลุ้งข้นเคล้าเรื่อย ๆ เช่นกัน
คนของทางฝั่งอวิ๋นเหิ้นเทียนสิ้นลมไปไม่น้อย ทว่าทางฝั่งของสำนักเจินอู่เองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก อวิ๋นเหิ้นเทียนที่เปรียบเสมือนลูกธนูที่พร้อมจะพุ่งโจมตีศัตรูก็ได้งัดท่าไม้ตายออกมา เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา
“เหยี่ยวคลั่งสังหาร!”
พลังของเขาเพิ่มขึ้นมาหนึ่งระดับในชั่วพริบตาเดียว เขากล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวโกรธสุดทน “ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะต้องลากพวกเจ้าทั้งหมดทุกคนตายไปด้วย!”— ฟึ่ม! ฟึ่ม! —
“รีบถอยไปเร็ว!”
“อ๊าก…!”
— ปั้ก! ปั้ก! ปั้