ทางราชสำนักแล้ว อีกทั้งสำนักนิกายแห่งแคว้นอิ๋นเหยียนสองสำนัก สำนักเจินอู่กับสำนักเฟยชิงก็ด้วย ครั้งนี้ได้เงินทองมาไม่น้อยเลย” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นของเชียนอ้าวเซี่ยดูเหมือนน่าหลานอวี้เป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เจ้าขายข่าวอย่างทะนงองอาจเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าจะเป็นการรุกรานคนของสำนักอวิ๋นเยียนเอาหรอกรึ ?”
สำนักอวิ๋นเยียนเป็นสำนักนิกายระดับหนึ่งในเซี่ยโจว ถึงแม้ว่าหอเชียนอินจะมีอำนาจและช่องทางในการขายข่าวมากมาย แต่ในเรื่องความแข็งแกร่งนั้นไม่อาจเทียบกับสำนักอวิ๋นเยียนได้เลย
เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มอย่างมีเสน่ห์ “เสี่ยวซีซี ข้ากำลังขอความร่วมมือเจ้าอยู่ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยยืนฝั่งใด จากนี้ก็ขอให้เสี่ยวซีซีรักข้ามากหน่อยก็แล้วกัน”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยท่าทีนิ่งสงบ “เจ้าหมายความว่าอย่างไรก็กล่าวมาให้ชัดเจน”
“ตอนที่ข้ารู้ว่าข้ามีชีวิตอยู่ได้อีกครึ่งปี ข้าก็ตัดสินใจแล้วว่าจะทำลายสำนักอวิ๋นเยียนให้จงได้ ถึงแม้ว่าเสี่ยวซีซีจะยื้อชีวิตให้ข้าอยู่ต่ออีกสามปี แต่แผนนี้ของข้าก็ยังคงเดิม” เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวเสียงขรึม
มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เป้าหมายนี้ของเจ้าเหมือนกับข้า ภายในเวลาครึ่งปีนี้ ข้าจะทำลายสำนักอวิ๋นเยียนให้สูญไปจากเซี่ยโจว ข้าจะกำราบให้สิ้นซากไป”
“ข้ากับเสี่ยวซีซีมีใจสื่อถึงกัน คิดทำการใดก็สอดคล้องต้องกัน ยอดเยี่ยม!” เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้น เขายื่นมือเรียวอย่างไร้