“หุบปาก!” มู่เฉียนซีตะเบ็งเสียง นางจับชีพจรของเขาไว้ ทันใดนั้น…
— แควก! —
นางฉีกอาภรณ์ส่วนบนของเขาออก
เชียนอ้าวเซี่ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ “อ๊ะ! เสี่ยวซีซี โอ๊ย! เบามือหน่อย”
นางจิ้มเข็มบาง ๆ หลายเข็มเข้าสู่ร่างของเชียนอ้าวเซี่ย สีหน้าของมู่เฉียนซีในเวลานี้ก็พลันเปลี่ยนไปอย่างมาก
— ปัง! —
ต่อมาเชียนอ้าวเซี่ยถูกเตะออกไปอีกครา เขาหยิบอาภรณ์ที่ขาดรุ่งริ่งของตนเองขึ้นมาก่อนจะกล่าวอย่างคับข้องใจ “เสี่ยวซีซีเจ้าหยาบคายกับข้า เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่ต้องการข้า ฮือ ๆ ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว…”
“เหอะ! แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้รึ ในเมื่อร่างกายเจ้าเป็นเช่นนี้ ?” น้ำเสียงของมู่เฉียนซีเย็นชาขณะที่นางถามคำถามนี้
เชียนอ้าวเซี่ยไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับนางต่อไปได้อีก เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เสี่ยวซีซีเจ้าพบอะไร ?”
มู่เฉียนซีมองไปที่ร่างเปลือยท่อนบนของเชียนอ้าวเซี่ย ใบหน้าที่งดงามและรอยยิ้มของเขาที่งดงามกว่าดอกไม้ชนิดใดในโลกนี้ ทว่านี่คงเป็นความงดงามสุดท้ายหากนางไม่รักษาเขา…
เดิมทีนางก็สงสัยในตัวเขามากอยู่แล้ว มาตอนนี้จู่ ๆ นางก็เอะใจและรู้สึกได้ว่าร่างกายเขาน่าจะมีความผิดปกติบางประการ และนางคิดไม่ผิดเลย…
มู่เฉียนซี “คุณชายเซี่ย อย่างมากเจ้าก็จะอยู่ได้อีกเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น ชีพจรของเจ้าถูกตัดขาดมาแต่กำเนิดซึ่งก็คือมันเป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่ดูเจ้าสิ เจ้าฝืนร่าง