ก่อนที่จะออกมาฝึกฝน มู่เฉียนซีศึกษาประวัติศาสตร์ของทวีปเซี่ยโจวแห่งนี้มาแล้ว จักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้ได้สถาปนาแคว้นหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเซี่ยโจวขึ้นมา นั่นก็คือแคว้นเฉียนเซี่ย
เนื่องจากเขาคือผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิ อาณาจักรเฉียนเซี่ยจึงกลายเป็นขุมกําลังสำนักนิกายระดับหนึ่งเพียงแห่งเดียวในทวีปเซี่ยโจว แต่หลังจากที่จักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้สวรรคตไปด้วยเหตุผลบางประการที่ไม่มีผู้ใดทราบ ความแข็งแกร่งของเฉียนเซี่ยนั้นก็อ่อนด้อยลงไปกว่าเมื่อก่อนมาก ท้ายที่สุดก็ถูกสำนักอวิ๋นเยียนนำหน้าไป
ปัจจุบันนี้… ความแข็งแกร่งของราชวงศ์แห่งแคว้นเฉียนเซี่ยนั้น จัดได้ว่าแข็งแกร่งกว่าสำนักนิกายครึ่งระดับเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสำนักอวิ๋นเยียนแล้วนับว่าห่างไกลกันยิ่งนัก จึงจำต้องแบกรับความกดดันต่าง ๆ จากสำนักอวิ๋นเยียน
แต่ทว่าสุสานของจักรพรรดิในตำนานพระองค์นี้กลับอยู่ที่นี่ ณ ตอนนี้
ในตอนนั้นที่สุสานของจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋นช่างอันตรายนัก หากมิใช่เพราะกระบี่มังกรเพลิง นางคงออกมาจากที่นั่นอย่างปลอดภัยได้อย่างยากลำบากแน่นอน
มาตอนนี้ ในสุสานของจักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้ นางนั้นมิได้คิดว่ามันจะออกไปได้ง่ายกว่าออกจากสุสานของจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋นเลย
มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้น “คุณชายเซี่ยเจ้าช่างอวดเก่งดีแท้ แน่ใจรึว่าจะเข้าไปในนั้น ?”
อวดเก่ง!
เชียนอ้าวเซี่ยแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขากล่าวว่า… “ที