เชียนอ้าวเซี่ยกล่าว “แม่นาง… ข้านั้นจริงใจต่อเจ้า ความรู้สึกที่ข้ามีให้เจ้ามันออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของข้า…”
มู่เฉียนซีผลักเขาออกไปก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าช่างน่าเบื่อเสียยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเสียอีก จะไปไหนก็ไปได้แล้วไป!”
จู่ ๆ มู่เฉียนซีก็นึกถึงใบหน้าน่าหลานอวี้ขึ้นมา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของน่าหลานอวี้นั้น อย่างน้อยก็ขายหัวเราะหาเงินทองได้ ทว่าแววตาเจ้าเล่ห์ที่อยู่ภายใต้ดวงตาอ่อนโยนของเชียนอ้าวเซี่ยผู้นี้นางมองออก เขาเป็นคนประเภทที่เอาทุกคนเป็นของเล่นไว้หยอกล้อ
คนเช่นนี้จะไม่น่าเบื่อได้อย่างไร ?
สุนัขจิ้งจอก! เชียนอ้าวเซี่ยก้มหน้าลง เขากล่าวพลางทำท่าทางให้ดูน่าเวทนา “แม่นางคนงาม เจ้าเชื่อข้าครั้งหนึ่งเถอะ”
“ไสหัวไป!” มู่เฉียนซีเหลือจะทน นางเตะเขาไปจนได้
ขณะที่เชียนอ้าวเซี่ยกําลังพัวพันกับมู่เฉียนซีนั้น ผู้นำกลุ่มนักผจญภัยก็กล่าวขึ้นว่า “คุณชายท่านนี้ ดูเหมือนท่านจะไม่ธรรมดา และองครักษ์ที่อยู่ข้างกายของท่านล้วนแต่เป็นมือดี ข้ามีเรื่องอยากจะให้พวกท่านช่วยเสียหน่อย มิทราบว่าจะได้หรือไม่ ?”
เชียนอ้าวเซี่ยถูกสตรีงามปฏิเสธและกําลังเศร้าโศกอยู่ ไม่มีอารมณ์จะไปสนใจอะไรพวกเขาจึงกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส “ไม่ เจ้าไปหาผู้อื่นเถอะ”
“คุณชายจะไม่ฟังหน่อยหรือว่ามันคือเรื่องอะไร ?” ชายผู้นั้นกล่าวขึ้นด้วยความค้างคา
ในเวลานี้มู่เฉียนซีเปิดปากกล่าวขึ้นว่า “เรื่องอะไรรึ ? ข้านั้นอยากรู้ว่าจะมีส่วนได