มุมปากขององครักษ์ผู้นั้นกระตุกเล็กน้อย “คุณชายเป็นผู้ที่งดงามหยาดเยิ้ม เป็นยอดพธูแห่งแคว้น เพียงแต่เป็นเพราะคุณชายใจร้อนเกินไป แม่นางผู้นั้นจึงตกใจหนีไปขอรับ”
“ใช่ขอรับ คุณชายต้องสำรวมสักหน่อย” องครักษ์อีกคนหนึ่งกล่าวสำทับ
“แม่นางคนงามหนีข้าไปแล้ว รีบตามนางไป! หากพวกเจ้าตามนางมาไม่ได้ข้าจะตัดขาพวกเจ้าทิ้ง”
ครั้นแล้วทุกคนก็เดินทางตามนางไป
……
ยามรัตติกาล
มู่เฉียนซีหาสถานที่ที่ปลอดภัยและทำกระโจมเพื่อพักผ่อน จากนั้นไม่นานนัก เงาร่างสีดำสนิทก็เข้าไปในกระโจมของนาง ถือวิสาสะกอดนางเอาไว้เช่นเคย
ในพื้นที่เล็ก ๆ เช่นนี้ ร่างของทั้งสองแนบชิดกันจนได้กลิ่นลมหายใจของกันและกันชัดเจนมากขึ้น
“ซี… เจ้าชอบบุรุษใบหน้างามที่ดูน่ารังแกผู้นั้นหรือไม่ ?” จิ่วเยี่ยกล่าวถามขรึม ๆ
มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจิ่วเยี่ยถึงได้กล่าวถามเช่นนี้ขึ้น “รังแกคนเช่นนั้นข้าไม่มีความรู้สึกประสบความสำเร็จหรอก มีเพียงผู้แข็งแกร่งเช่นเจ้าเท่านั้นถึงจะรังแกแล้วทำให้ข้ารู้สึกประสบความสำเร็จได้”
“ส่วนรูปลักษณ์ของเขา อืม… จะว่าไปจิ่วเยี่ย รูปร่างและใบหน้าเจ้าไม่ได้แย่ไปกว่าเขาเลย”
มู่เฉียนซีมองดูใบหน้าของจิ่วเยี่ยอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขางดงามหมดจดอย่างไร้ที่เปรียบ ดูสุขุมลุ่มลึก มีเสน่ห์เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก นางมองเขาด้วยแววตาเคลิบเคลิ้ม ทว่าจากนั้นนางก็ได้ยินเสียงถอดเสื้อผ้า!
“ซี… เช่นนั้นเจ้าต้องการรู้สึกประสบความสำเร็