จสักเล็กน้อยหรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีตกใจแทบกระโดดตัวลอย รีบผละร่างตนเองออกห่างราวกับมือที่ไปโดนเข้ากับมันฝรั่งร้อน ๆ จากนั้นนางกล่าวเสียงเย็น “จิ่วเยี่ย หนี้ของเจ้าข้าได้ชดเชยให้ครบครั้งแล้ว จงอย่าใช้อุบายนี้เพื่อโกงข้า ข้าไม่หลงอุบายเจ้าง่าย ๆ”
คนเช่นจิ่วเยี่ยนี่น่ะหรือจะยอมให้ผู้อื่นรังแกง่าย ๆ ? ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยอมให้นางรังแก ทว่าสุดท้ายเขาก็ต้องเอาคืนหรือไม่ก็ต้องให้นางชดเชยไม่รู้กี่เท่าอยู่ดี
เขาเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างที่สุด หากนางหลงกลติดกับเขา ต่อให้นางคิดอยากจะแก้แค้นเขามากเพียงใด นางคงต้องรอให้มีพลังที่แข็งแกร่งกว่าเขาแล้วค่อยว่ากันอีกทีจะดีกว่า
สตรีงามราวกับอาหารอันโอชะมื้อใหญ่อยู่ตรงหน้าเช่นนี้มันช่างยั่วกิเลสนัก… ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่ขยับร่างกาย ทว่าจิ่วเยี่ยเป็นชาย เขานั้นมิใช่พระอิฐพระปูน
“ในเมื่อซีไม่อยากรังแกข้า เช่นนั้นข้าจะรังแกเจ้าเอง”
“อ๊าก! เจ้าบ้า เจ้าลามก” มู่เฉียนซีด่าด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
เวลานี้ที่ด้านนอกมีเสียงพายุหิมะพัดกระโชกอย่างรุนแรง แต่มู่เฉียนซีกลับรู้สึกราวกับตนเองกำลังถูกเผาอยู่ในเตาไฟก็มิปาน นางคิดอยากจะเอาคืน ทว่าตอนนี้ในหัวสมองนั้นกลับว่างเปล่าไม่อาจคิดสิ่งใดออกเลย
…
วันต่อมา มู่เฉียนซียังคงเดินทางต่อไปเพื่อฝึกประสบการณ์ในทุ่งน้ำแข็ง บนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน นางพบเจอเข้ากับของดีอย่างหนึ่ง
“โอ้! นี่มันดอกบัวผลึกน้ำแข็งส