อวิ๋นนั่ว บุรุษผู้ที่อยู่ตรงหน้ามู่เฉียนซีในเวลานี้นั้นรู้วิธีการสะกดจิต เขารู้ว่านางเป็นนักปรุงยาระดับกลาง แต่ก็ยังมีความกล้าที่จะสะกดจิตนาง นั่นหมายความว่าเขามั่นใจในพลังจิตของเขามากพอตัว
อย่างไรเสียแม่นางมู่เฉียนซีผู้นี้ก็คงจะต้องติดกับดักของเขาอย่างแน่นอน
ทว่าเห็นได้ชัดว่าเขาใช้วิธีที่ผิดไป มู่เฉียนซีนางมิได้เป็นเพียงนักปรุงยาระดับกลางธรรมดาทั่วไปเท่านั้น การสะกดจิตเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อที่จะควบคุมนางนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ที่นางต้องทำคือแกล้งทำเป็นถูกสะกดจิตก็เท่านั้น
ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววแห่งความสับสนขึ้นมา อวิ๋นนั่วรู้ได้ทันทีว่ามู่เฉียนซีนั้นติดกับแล้ว
ใบหน้าของอวิ๋นอี๋แสดงออกถึงความเหยียดหยาม นางคิดร้ายอยู่ในใจลึก ๆ‘ใครใช้ให้เจ้าไม่สนใจข้ากันเล่า รอหลังจากที่เจ้ากลายเป็นของเล่นของพี่ใหญ่ก่อนเถอะ แล้วจะถึงทีของข้าบ้าง!’
หลังจากที่อวิ๋นอี๋สนทนากับมู่เฉียนซีจบเป็นฉาก ๆ ก็ได้ผละจากไป
แน่นอนว่าละครที่น่าสนุกนั้นยังไม่ได้เริ่มขึ้นในตอนนี้
…
ยามดึก แม้แต่ดวงจันทร์ก็ยังซ่อนตัวอยู่ในหมู่เมฆเทาครึ้ม คุณชายอวิ๋นนั่วเดินไปยังจวนที่มู่เฉียนซีพักอยู่อย่างมั่นใจเต็มที่ เมื่อเขาก้าวเข้าไป ก็ได้สบเข้ากับดวงตาที่งดงามราวกับดวงดารายามราตรีของมู่เฉียนซี เขามองลึกเข้าไปในดวงตานาง จากนั้นบังเกิดความตื่นตระหนกขึ้นมา
“เจ้า…!”
ด้วยแววตาที่คมชัดเช่นนี้ เขาแน่ใจเป็นอย่างมากว่านางไม่ได้ถูกสะกดจิตเ