เช่นนี้ข้าว่ารีบไปกันก่อนจะดีกว่า ข้ามั่นใจว่าสำนักนอกนิกายแห่งแคว้นชางนั้นจะต้องตายตกไปกันอย่างน่าอนาถ” เหตุผลที่นางให้เสี่ยวชีไปจัดการสำนักนอกนิกายอื่นก็เพราะนางมั่นใจมากว่ามีคนผู้หนึ่งที่สามารถทำให้สำนักนอกนิกายทั้งแคว้นชางนั้นได้รับความลำบากอย่างถึงที่สุดได้ แล้วยิ่งมีอวิ๋นอี๋กับอวิ๋นนั่วคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง นางจึงไม่รังเกียจเลยที่จะทำให้พวกเขาดูน่าอนาถมากขึ้น
เมื่อมู่เฉียนซีจัดการเสร็จเรียบร้อย นางก็รีบออกจากเมืองชางเฟิง
หลังจากที่นางออกจากเมืองชางเฟิงมาได้ไม่นานนัก ก็มีข่าวที่ทำให้แคว้นชางสั่นสะท้านไปทั้งแคว้นออกมา
“คูณหนูใหญ่และคุณชายใหญ่จากสำนักนอกนิกายแห่งแคว้นชางทำการลอบสังหารผู้อาวุโสที่เจ็ด ทำให้ผู้หาวุโสที่เจ็ดสิ้นชีพที่สำนักนอกนิกาย”
“ชิ! พวกเจ้าช่างไร้เดียงสานัก ลอบสังหารรึ ? สองคนนั้นมีความสามารถที่ไหนกัน พวกเขากระจอกออกปานนั้นจะไปลอบสังหารผู้อาวุโสที่เจ็ดได้อย่างไร ข้าได้ยินมาว่าพวกนั้นวางยาเพื่อที่จะ…” “อืม… ผู้อาวุโสเจ็ดนั้นอายุราวเจ็ดสิบปีแล้ว หากอวิ๋นปู้หลัวตัดใจลงมือได้จริง บุตรชายและบุตรสาวทั้งสองของเขาก็ต้องชดใช้ด้วย”
“ข้าไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสที่เจ็ดจะไร้เรี่ยวแรงทำอะไรไม่ได้ และได้มาจบชีวิตลงเช่นนี้”
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ไม่เพียงแต่ทำให้สำนักนอกนิกายเสียหน้าเป็นอย่างมากเท่านั้น แต่ยังทำให้สำนักอวิ๋นเยียนเองก็เสียหน้าเป็นอย่างมากเช่นกัน
เมื่อผู้