มไป มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นอย่างจนปัญญา “ยังจะคิดอีกว่าตนเองนั้นได้เรียนวิชาการสะกดจิตขั้นสูงมา ช่างจิตอ่อนเสียจริง”
จิ่วเยี่ยกำลังจะลงมือทำให้ชายผู้นี้หายไป เขาผู้นี้กล้าดีอย่างไรจึงมาคิดร้ายต่อสตรีที่เขาหมายมั่นว่าจะปกป้อง เขานั้นแทบอยากจะทำลายคนผู้นั้นให้สิ้นซาก มู่เฉียนซี “จิ่วเยี่ย คนผู้นี้หากฆ่าให้ตายไปก็คงจะง่ายเกินไป ในเมื่อสำนักอวิ๋นเยียนคิดที่จะทำกับข้าเฉกเช่นเป็นหุ่นเชิด พวกนั้นจะต้องชดใช้ พวกนั้นคิดที่จะเอาข้าเป็นสะพานไปหาผู้อาวุโสที่เจ็ด ทำกันด้วยตนเองไม่ดีกว่าหรือไร ?”
“เสี่ยวหง ไปนำตัวอวิ๋นอี๋มา”
“ส่วนอู๋ตี้ เจ้าไปหาตาเฒ่าผู้นั้น ไปเก็บกวาดให้สะอาดสะอ้าน”
“ขอรับนายท่าน”
เมื่อจะได้ทำเรื่องเลว ๆ อู๋ตี้และเสี่ยวหงนั้นก็ตื่นเต้นมากขึ้นมา …พริบตาเดียวทั้งสองก็ได้หายวับไป
— ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก! —
สิ่งที่ว่าเก็บกวาดให้สะอาดสะอ้านก็คือเอาพิษไปรมจนให้คนผู้นั้นสลบไป
ยอดฝีมือของสำนักนอกนิกายนั้นก็คือผู้อาวุโสที่เจ็ด สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามทั้งสองตัววิ่งไปทั่วทั้งสำนักอย่างอิสระ ไม่มีปัญหาอุปสรรคใด ๆ มาก่อกวน
แม้แต่ผู้อาวุโสเจ็ดก็หมดสติล้มไปในทันใด จากนั้น พวกเขาก็ได้โยนอวิ๋นนั่วและอวิ๋นอี๋เข้าไปในห้องของพวกเขา
มู่เฉียนซีปรบมือ กล่าวขึ้น “อู๋ตี้ เสี่ยวหง ไปกันเถอะ”
อู๋ตี้กะพริบตาปริบ ๆ มันเอ่ย “นายท่าน ท่านจะไม่อยู่รอดูผลของเรื่องนี้ก่อนหรือ ?”
มู่เฉียนซี “สถานการณ์