นางกำลังจะถูกบีบบังคับรับเข้าเป็นศิษย์ มู่เฉียนซีมองชายชราผู้ปราดเปรื่องผู้นั้นและกล่าวว่า “ถ้าหากข้าปฏิเสธล่ะ ?”
ผู้อาวุโสเจ็ด “ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสแห่งสำนักระดับหนึ่งอย่างสำนักอวิ๋นหเยียน มีแต่คนมาขอร้องร่ำไห้ขอเป็นศิษย์ทว่าถูกข้าปฏิเสธ เจ้ากล้าปฏิเสธข้าเช่นนั้นรึ ?”“ข้าไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มคนที่ขอร้องอ้อนวอนเหล่านั้น ดังนั้นข้าขอปฏิเสธ” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเรียบ“ไม่มีผู้ใดปฏิเสธข้าได้!”ทันใดนั้นดวงตาของผู้อาวุโสเจ็ดเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก“คุณชายมู่!” เมื่อเห็นผู้อาวุโสเจ็ดกำลังจะลงมือ เฟิงหลิงอวิ๋นรีบรุดเข้าไปขวางหน้ามู่เฉียนซีด้วยความกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก“เป็นเพียงกลุ่มนักผจญภัยเล็ก ๆ กล้ากล่าวปฏิเสธข้างั้นรึ ?!” ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าวดูแคลนมู่เฉียนซี “ตาเฒ่าเอ๋ย ท่านคิดจะบีบบังคับให้ข้าไปเป็นศิษย์เช่นนั้นหรือ ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าท่านจะจับข้าไปเป็นศิษย์ได้หรือไม่” กล่าวจบมู่เฉียนซีก็ล่องหนไปรอบ ๆ ป่าด้านนอก อุบายการแก่งแย่งคว้าชิงเช่นนี้ของสำนักอวิ๋นเยียน นางเห็นมานักต่อนักแล้วนางแสดงท่าทางบอกเป็นนัยกับเฟิงหลิงอวิ๋นว่าไม่ต้องเป็นห่วงเลย“ไปจับตัวมาให้ข้า”ปฏิเสธการเป็นศิษย์เขาไปคราหนึ่งแล้ว ยังจะกล้าวิ่งหนีเขาอีก ผู้อาวุโสเจ็ดจะทนได้อย่างไรกันเล่าพวกเขาวิ่งตามมู่เฉียนซีกันไปหมด จนในที่สุดก็เหลือเพียงแค่คนของกลุ่มนักผจญภัยหลิงอวิ๋น“ท่านผู้นำกลุ่ม คุณชายมู่คนเดียวรับมือไหวจ