ริง ๆ หรือขอรับ ?” พวกเขากล่าวถามเบา ๆเฟิงหลิงอวิ๋น “เขาไม่มีวันทำอะไรที่เขาไม่มั่นใจแน่นอน พวกเรากลับเมืองกันไปก่อนเถอะ”ความเร็วของมู่เฉียนซีนั้นถือได้ว่ารวดเร็วราวลมพายุ ถึงแม้ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสเจ็ดจะมีมาก เขาเป็นถึงขั้นจักรพรรดิระดับเก้า แต่เขาก็ไม่อาจไล่ตามมู่เฉียนซีทัน อีกทั้งความสมบูรณ์ของเทือกเขาชีชงทำให้นางหลบซ่อนตัวได้ดี พวกเขาจึงหาตัวมู่เฉียนซีไม่เจอผู้อาวุโสเจ็ดกรุ่นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ในฐานะที่อวิ๋นปู้หลัวเป็นเจ้าสำนักของสำนักย่อย เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “ท่านผู้อาวุโสเจ็ด ระงับโทสะก่อนเถอะขอรับ ไม่ว่าเจ้าเด็กนั่นจะหนีอย่างไร แต่สุดท้ายมันก็ต้องกลับเข้าเมืองแน่นอน ตราบใดที่มันย่างเท้าเข้าเมืองก็ไม่มีวันหนีรอดไปจากกำมือท่านได้แน่”ผู้อาวุโสเจ็ด “อืม… ที่เจ้ากล่าวมา ข้าคิดว่าถูกต้อง”ทันทีที่มีข่าวของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ออกมา คนของหุบเขาหมอเทวดาก็หายตัวไปทันที คาดว่ามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์คงจะตกอยู่ในมือของพวกเขาไปแล้วกระมัง ? พวกเขาไม่อาจไปแย่งชิงและต่อกรกับสำนักนิกายระดับสองได้ ดังนั้นจึงเตรียมตัวกลับเข้าเมืองมู่เฉียนซีกลับเข้าเมืองชางแล้ว นางเปลี่ยนเป็นชุดสตรีที่เรียบง่าย ต่อให้นางยืนอยู่ต่อหน้าอวิ๋นปู้หลัว อวิ๋นปู้หลัวก็จำนางไม่ได้มู่เฉียนซีเข้าพักอยู่ในโรงเตี๊ยม จากนั้นร่างสูงก็ปรากฏอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซี เข้ามาโอบกอดนางเอาไว้มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้น