อ๋องผู้นี้แปรปรวน ยากนักที่จะเข้าใจ ทว่านางไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจเข้าหรือ ?
จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงแหบแห้ง “ซี… บุรุษผู้นั้นสำคัญกับเจ้ามากรึ ?”
“บุรุษผู้นั้น ผู้ใดรึ ?” มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าเขาหมายถึงผู้ใด
“มู่อวู่ซวง” จิ่วเยี่ยพ่นนามหนึ่งออกมา น้ำเสียงแฝงไปด้วยจิตสังหาร
มู่เฉียนซีรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารนั้น สีหน้านางเคร่งขรึมขึ้นมา “ใช่ สำหรับข้าแล้ว ท่านอาเล็กเป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในชีวิตข้า ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าแตะท่านอาของข้า ข้าไม่มีวันปล่อยมันผู้นั้นไปแน่”
“รวมถึงข้าด้วยรึ ?” แสงสลัวปรากฏขึ้นในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น
“รวม… อ๊ะ! อืม…” มู่เฉียนซีกล่าวยังไม่ทันจบ จิ่วเยี่ยก็ประกบริมฝีปากมาอีกครั้ง
สตรีผู้นี้สั่งสอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยหลาบจำ อีกทั้งยังไร้ความรู้สึกอย่างแปลกพิกล จะไม่ทำให้จิ่วเยี่ยโกรธได้อย่างไร ?
มู่เฉียนซีโหยหวน “จิ่วเยี่ย… อื้อ… เจ้า… หยุด…”
“จิ่วเยี่ย หากมีใครมาทำร้ายเจ้า ข้าก็ไม่มีวันปล่อยมันผู้นั้นไปเช่นกัน” ที่นางกล่าวไปเช่นนี้ ไม่ใช่ว่านางจะขอร้องให้เขาหยุด แต่เป็นความจริงจากใจนาง
จิ่วเยี่ยกอดนางเอาไว้แน่น แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีใครกล้าขัดใจเขา ไม่ว่าเขาต้องการสิ่งใด เขาก็จะได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ ทว่าสตรีที่เขาปกป้องด้วยหัวใจกลับเห็นเขาเป็นที่สองในชีวิตเสมอ มันจึงทำให้เขาเสียใจอย่างมาก
แต่แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ ต้องมีสักวันหนึ่งที่เข