รได้ ข้าเพียงแค่ติดตามเจ้าและรอให้ศาลาเรือนรางเก้าชั้นตื่นขึ้นมาก็พอแล้ว …ซีไม่มีสิทธิ์ไล่ข้าไปไหนทั้งนั้น” กล่าวจบริมฝีปากของจิ่วเยี่ยก็ประกบลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อของมู่เฉียนซี จุมพิตนี้เป็นจุมพิตที่ยาวนานราวกับไม่มีวันจบสิ้น
“ฮืม… อา…”
การที่ได้อยู่กับนาง คอยดูการเติบโตของนาง ได้ใกล้ชิดนาง ช่างเป็นอะไรที่น่าสนใจกว่าการนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงศักดิ์นัก
มู่เฉียนซีรู้สึกจนปัญญา คนผู้นี้ก็เหมือนกันกับนาง เขาเผด็จการ เอาแต่ชี้นิ้วสั่งการนาง ทว่าที่ต่างกันคือเขาชอบมาทำลามกกับนาง
นางนั้นไม่อาจผลักชายที่อยู่ตรงหน้าออกได้ ลมหายใจนางขาดห้วงประหนึ่งถูกกัดเซาะทีละน้อย สุดท้ายก็ถลำลึกไปจนไม่อาจขัดขืนได้
มู่เฉียนซีซบจิ่วเยี่ยก่อนจะกล่าวว่า “รอให้หาหม้อเทพนิรันดร์เจอ สิ่งแรกที่ข้าจะทำก็คือรักษาขาของท่านอา ถัดมาก็เป็นเรื่องแก้คำสาปให้เจ้า คำสาปนี้ไม่เพียงแต่ทรมานเจ้า แต่มันยังทรมานตัวข้าด้วย”
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยเปล่งประกายด้วยความไม่พอใจขึ้น
— แควก! —
อาภรณ์ของมู่เฉียนซีขาด เขาฉีกเสื้อผ้าของนางออก!
บทลงโทษ!
ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะเห็นเขาเป็นที่สองไปตลอด เหตุนี้จึงทำให้จิ่วเยี่ยไม่พอใจ สุดท้ายผลที่ตามมาก็คือการทรมานมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่ง
ใบหน้าของมู่เฉียนซีในเวลานี้แดงก่ำ ดวงตาดำจ้องมองใบหน้าบุรุษตรงหน้า ผู้ที่งดงามอย่างไร้ที่เปรียบนี้ เจ้าก้อนน้ำแข็งผู้นี้กำลังโกรธ!
อารมณ์ของเยี่ย