เสี่ยวหงและอู๋ตี้รีบกล่าวขึ้น “เฮ้! เฮ้! ข้าทนมายาวนานแล้ว ถึงเวลาที่จะเก็บกวาดพวกเขาเสียที”
เวลานี้อู๋ตี้และเสี่ยวหงได้เลื่อนขั้นเป็นสัตว์วิญญาณระดับสามแล้ว พวกเขาไม่กลัวจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงอีกต่อไป พวกเขาต้องจัดการกับพวกมันให้ได้
มู่เฉียนซีพบกลไกที่จะเปิดประตูและออกไปได้แล้ว อีกทั้งเวลานี้นกอินทรีหัวสิงห์ที่โจมตีพวกเขาในตอนแรกก็ได้จากไปแล้ว แต่นางกลับเห็นคนผู้หนึ่งกำลังปีนลงมาโดยพยุงร่างไว้กับสิ่งที่ดูเหมือนเชือกเส้นหนึ่ง
เขาเห็นมู่เฉียนซีตอนที่เขากำลังไต่ลงมาพอดี ทันใดนั้นเขากล่าวอย่างตระหนกตกใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้ายังไม่ตาย!”
“เอ๊ะ! นั่นดูเหมือนจะเป็นถ้ำ หรือว่ามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในถ้ำนี้ ?”
เขาเริ่มตะโกนขึ้นไปข้างบน “ศิษย์พี่สาม มีห้องหินอยู่ด้านล่าง ข้าคิดว่ามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์อยู่จริง ๆ ด้วย”
“ส่วนเจ้าหนุ่มนั่นยังไม่ตาย ข้าจะจับเขาไว้หรือฆ่าค้นตัวดี”
สภาพเขาในเวลานี้ราวกับถูกแขวนอยู่กลางอากาศ ปากก็ถามศิษย์พี่ของตัวเองเช่นนี้ราวกับว่าการฆ่ามู่เฉียนซีเป็นเรื่องง่าย ๆ
ช่างกล้านัก!
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ย “เหอะ! คิดที่จะฆ่าข้า ไร้เดียงสาจริง ๆ”
มู่เฉียนซีปรบมือ กล่าวว่า “เสี่ยวหง จงเผาเชือกเส้นนั้นเสีย”
ไม่นานเปลวเพลิงก็พุ่งเข้าใส่เชือกเส้นนั้น สีหน้าของคนผู้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที!
“ช้าก่อน สารเลวเอ๊ย! เจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้ารึ ?!”
— ตู