ถึงแม้ว่าอู๋ตี้กับเสี่ยวหงจะเก่งกาจ แต่ระดับของฝ่ายตรงข้ามนั้นสูงกว่า อีกทั้งยังมีจำนวนเยอะกว่า เยอะชนิดที่ว่าเพียงพอที่จะคร่าชีวิตมันเลยก็ว่าได้
ในการต่อสู้ที่ความแข็งแกร่งของสองฝ่ายแตกต่างกันมากเช่นนี้ สิ่งที่มู่เฉียนซีทำได้คือการปกป้องตัวนางเองให้ดีที่สุดก่อนเท่านั้น
ตัวเอกของการต่อสู้รอบที่สองนี้คืออู๋ตี้กับเสี่ยวหง ต่อให้พวกมันจะหมดเรี่ยวหมดแรง มู่เฉียนซีก็รู้ดีว่าตนเองไม่อาจใช้วิธีพิเศษที่จะช่วยให้ทั้งสองชนะได้ อู๋ตี้กับเสี่ยวหงนั้น พวกมันทั้งสองมีความทะนงในตนเอง
— ตูม! —
เสียงดังลั่นสนั่นฟ้า การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
— ปัง! —
ขนปุกปุยสีขาวราวหิมะของอู๋ตี้เวลานี้แปดเปื้อนไปด้วยเลือด และเป็นเพราะร่างของอู๋ตี้ใหญ่อย่างยิ่งยวด บาดแผลของมันจึงเรียกได้ว่าโหดร้ายและสร้างความเจ็บปวดกว่าปกติมาก
มู่เฉียนซีเป็นห่วงอู๋ตี้มาก ร่างของนางเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกะพริบ รีบไปฉีดยาแก้อาการปวดและยาห้ามโลหิตให้กับมัน
ในเวลานี้ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไล่ตามมู่เฉียนซีก็เริ่มโจมตีเข้าใส่นาง อู๋ตี้ไม่รอช้า รีบใช้กรงเล็บที่แหลมคมข่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นทันที
“ไสหัวไป! อย่ามาทำร้ายนายท่านของข้า ไป ไปซะ!”
เปลวไฟสีแดงเข้มเป็นอาวุธป้องกันตัวและเป็นอาวุธโจมตีที่ดีที่สุดของเสี่ยวหง เปลวไฟสีแดงเข้มนั้นพวยพุ่งออกไป ทำให้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์หวาดกลัว
เปลวไฟนี้เป็นพลังอานุภาพในการทำลายล้าง ดังนั้นจึงทำให้พวกมันหว