าดกลัวอย่างไร้ที่เปรียบ
แต่ถึงกระนั้นแล้วอย่างไรเล่า ? อย่างไรเสียพวกมันก็มีวิธีจัดการกับเจ้าสองตัวนี้อยู่วันยังค่ำ
การเข่นฆ่าของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ทั้งโหดร้าย ป่าเถื่อน และกินเวลาไปนานมาก สภาพของอู๋ตี้ในเวลานี้ไม่อาจจะทนไหวแล้ว มันร่อแร่แย่แล้ว
— ปัง! —
ร่างอันมหึมาของอู๋ตี้ล้มลงไปกับพื้น
“โฮกกกก!”
ยามที่เห็นคู่ต่อสู้ล้ม สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เร่งฉวยโอกาสพุ่งเข้าหาอู๋ตี้อย่างบ้าคลั่ง
มู่เฉียนซีหน้าซีดเผือด เข็มยาที่อยู่ในมือเตรียมพร้อมจะพุ่งออกไป แต่ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวพลันกะพริบขึ้นมา ในขณะที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์กำลังจะมาถึงตัวอู๋ตี้ ร่างของอู๋ตี้พลันเปลี่ยนแปรเป็นหดเล็กลงเช่นเดิม มันหาช่องโหว่พุ่งพรวดออกมาเพื่อหลบการโจมตีนั้น
ช่างน่าหวาดเสียวยิ่งนัก โชคดีที่เจ้าอู๋ตี้ไม่เป็นอะไร
ทว่าอู๋ตี้ในร่างที่เล็กเท่าฝ่ามือนี้พลังก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ จิ๋วแต่แจ๋ว ความรวดเร็วในการลอบโจมตีของมันก็ลื่นไหลดีมาก
ส่วนเสี่ยวหง ยิ่งร่างใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งมีกำลังวังชามากขึ้นเท่านั้น มันหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “ฮี่ ๆ ๆ ๆ ตอนนี้ข้าไม่ง่วง เพราะฉะนั้นพวกเจ้าตายแน่”
มีผู้ที่จะต้องปกป้อง ทำให้มีกำลังใจในการเปลี่ยนแปลงตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น เวลานี้เสี่ยวหงคล้ายว่าจะไม่ขี้ง่วงขี้เซาเหมือนเช่นเมื่อก่อนแล้ว ในที่สุดเสี่ยวหงก็ทะลวงพลังวิญญาณเลื่อนขั้นสำเร็จจนได้
มันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามแล้ว
ถึงแม้จ