ู๋ตี้พรวดเข้าไปในกลุ่มลูกสัตว์วิญญาณและโบกมือต้อนพวกมันพลางกล่าวข่มขู่อย่างลำพองตน “เร็วเข้า รีบเข้าไปหานายท่านของข้าเร็วเซ่!”
“โฮก! ฮี๊ด!” เหล่าบรรดาลูกสัตว์วิญญาณต่างพากันตกใจกลัว บ้างก็ส่งเสียงประหลาดพิกลออกมา
เปลวไฟพุ่งขึ้นไปในอากาศ เสี่ยวหงกล่าวข่มขู่ “จะร้องไห้กันทำไมเล่า ? ข้าแค่ให้พวกเจ้าเข้าไปหานายท่านของข้าก็สิ้นเรื่องแล้ว ไม่เช่นนั้นข้าจะเผาพวกเจ้าให้มอดไหม้ไปเลย ไป! เข้าไปเร็ว ๆ”
“ฮี๊ด! โฮก!”
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองตัวของมู่เฉียนซีช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ซ้ำร้ายยังข่มขู่ใช้ความรุนแรง สิ่งนี้ทำให้ปรมาจารย์ฝึกสัตว์ไม่อาจทนดูได้ เขากระแอมในลำคอก่อนจะกล่าวขึ้น
“อะแฮ่ม! การใช้อำนาจและความรุนแรงข่มขู่ไม่อาจทำให้ลูกสัตว์วิญญาณเหล่านี้เข้าใกล้เจ้าได้ ต้องอ่อนโยนเท่านั้น…”
อ่อนโยนรึ ?!
สีหน้าของมู่เฉียนซีหม่นคล้ำลงด้วยความเคร่งเครียดเหลือแสน นางมองไปที่เหล่าบรรดาเจ้าลูกสัตว์ตัวเล็ก ๆ นั่นพลางกล่าวขึ้น “พวกเจ้ามานี่สิ มา… มาเร๊ว!”
แต่แล้วพวกมันก็ถอยหนีไปด้วยเพราะความขลาดกลัว แม้มู่เฉียนซีจะพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งยังทำทุกอย่างด้วยความใจเย็น ลูกสัตว์วิญญาณเหล่านี้ก็ไม่ได้สนใจนางเลย อีกทั้งยังลอบโจมตีนางเสียด้วยซ้ำ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “นี่มันการทดสอบบ้าบออันใดกัน ข้ากับลูกสัตว์วิญญาณไม่ได้มีวาสนาต่อกันเลย”
ปรมาจารย์ฝึกสัตว์มองดูเจ้าเด็กตรงหน้าผู้ซึ่งกำลังกลัดกลุ้ม