ม้ใบหญ้าได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถพบต้นตอของพวกมันได้
“อ๊าก!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง หนึ่งในกลุ่มก็โดนหนูป่าปีศาจเหล่านี้โจมตีจนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
แต่แน่นอนว่าเหล่าบรรดาหนูป่าปีศาจเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ยงคงกระพัน พวกมันโดนคนของหุบเขาหมอเทวดาเล่นงานกลับอย่างอนาถเช่นกัน
— ฉึบ! ฉับ! ฉัวะ! —
กระบี่ยาวตัดผ่านอากาศ ฟาดฟันไปที่ปีกของพวกมัน
— พลั่ก! —
ทุกคนมองไปที่พวกเขาอย่างตะลึงงัน
“พลังจิตของคนกลุ่มนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก สมกับเป็นศิษย์สำนักระดับสองโดยแท้”
หากมีพลังจิตที่แข็งแกร่งพอ หนูป่าปีศาจเหล่านี้ก็ไม่สามารถบดบังตัวได้ คนของหุบเขาหมอเทวดาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นนักปรุงยาทั้งสิ้น พลังจิตจะไม่แข็งแกร่งได้อย่างไรกันเล่า ?
แต่การใช้พลังจิตในการเพ่งเล็งหนูป่าปีศาจเหล่านี้ทำให้พวกเขาสูญเสียพลังจิตไปมาก ต่อให้พวกเขาเป็นนักปรุงยา แต่ภายใต้หนูป่าปีศาจจำนวนมากมายเช่นนี้พวกเขาก็หนักใจเหลือเกิน
ทว่ามู่เฉียนซี นางชักกระบี่มังกรเพลิงออกมาฟาดฟันหนูป่าปีศาจอย่างง่ายดาย นางเดินไปข้าง ๆ เฟิงหลิงอวิ๋นและกล่าวขึ้น “ผู้นำหลิงอวิ๋น หากเชื่อข้าก็ถอยมากับข้าเถอะ”
“ได้”
ผู้นำกลุ่มนักผจญภัยหลิงอวิ๋นโบกมือเพื่อบอกสมาชิกในกลุ่มนักผจญภัยของเขา จากนั้นก็เดินตามมู่เฉียนซีมุ่งไปยังเส้นทางที่มีหนูป่าปีศาจน้อยที่สุด
อันที่จริงคนของหุบเขาหมอปีศาจสังเกตเห็นก่อนหน้านี้แล้วว่าจะต้องไปทางนั้น พวกเขานึกไม่ถึงว