นซีจึงให้มันออกมาสูดอากาศเดินเล่นข้างนอก แต่ทุกครั้งที่มันหันไปเห็นใบหน้าของเหล่าบรรดาคนของหุบเขาหมอเทวดาเจ้าเล่ห์เหล่านั้นแล้ว มันก็แทบอดใจไม่ไหว อยากจะเอากรงเล็บอันแหลมคมไปข่วนหน้าพวกนั้นเสียจริง
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องอดทนเอาไว้ นายท่านกำชับมาแล้วว่าอยู่ในเทือกเขาชีชงที่อันตรายเช่นนี้ มีพวกเขาร่วมทางด้วยจะดีกว่า เพื่อให้พวกเขาป้องกันอันตรายที่เข้ามา อย่าเพิ่งลงมืออะไรเด็ดขาด
รอให้หาเป้าหมายเจอก่อน ถึงตอนนั้นจะลงมือก็ไม่สาย หลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้นก็ค่อยจับพวกเขาเอาไว้ จากนั้นจะทำอะไรกับพวกเขาก็ย่อมได้
กว่าจะจัดการกับหนูป่าปีศาจนั้นได้ไม่ง่ายเลย ทุกคนคิดว่าจะเดินทางต่อกันอย่างสงบ แต่ในเวลาต่อมาก็เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง
— ตูม! ตูม! ตูม! —
สัตว์วิญญาณในบริเวณนี้ก่อจลาจลขึ้นอีกคราแล้ว สัตว์วิญญาณและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนกำลังพุ่งเข้ามา
เฟิงหลิงอวิ๋นตะโกน “คุณชายมู่ มากับข้า!”
การจลาจลครั้งนี้โหดร้ายและรุนแรงอย่างมาก ทำให้ทุกคนตกใจและวิ่งหนีแยกย้ายกันไป
มู่เฉียนซีตะโกนบอกเฟิงหลิงอวิ๋น “ผู้นำหลิงอวิ๋นไม่ต้องเป็นห่วงข้า ระวังตัวด้วย”
มู่เฉียนซียัดซองผงยาให้กับอู๋ตี้ขณะที่แววตาเยาะเย้ยปรากฏขึ้นในดวงตาของนาง “อู๋ตี้ ข้ารู้ดีว่าเจ้าก็อดทนมานานแล้ว สหายจากหุบเขาหมอเทวดาอุตส่าห์มาเยือนเราจากแดนไกล พวกเรามอบของขวัญให้พวกเขาสักหน่อยเป็นอย่างไร ?”
.