ก่อน เขาจะทำการพิสูจน์อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง
มู่เฉียนซีกอดอู๋ตี้ไว้แน่น นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไม่จำเป็น อู๋ตี้ของข้าเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น”
คนของหุบเขาหมอเทวดาเหล่านี้ชอบทำตัวอวดเก่งหยิ่งผยองเสียจริง ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก
เมื่อได้ยินนายท่านชื่นชมยกย่องเช่นนี้ อู๋ตี้ก็กระดิกหางฟูด้วยความชอบใจ เสี่ยวหงเห็นเช่นนั้นอดไม่ได้ที่จะกล่าวโจมตี “เจ้าแมวโง่! เจ้าจะดีใจไปทำไมกันเล่า นายท่านก็เพียงกล่าวหลอกลวงคนโง่พวกนั้นเจ้าไม่รู้รึ ?”
เจ้าสำนักอวิ๋นปู้หลัว “คุณชายมู่ คุณชายผู้นี้เป็นถึงนักปรุงยาระดับสูง ต้องช่วยคุณชายมู่ได้แน่ เหตุใดคุณชายถึงปฏิเสธตัดน้ำใจเช่นนี้หรือ ?”
อวิ๋นปู้หลัวรู้สึกอิจฉาริษยาอย่างไร้สิ่งใดเปรียบ เขาอยากจะได้รับโอกาสดี ๆ เช่นนี้บ้างแต่กลับไม่มีเลย
มู่เฉียนซีส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่เป็นไร อู๋ตี้ขี้กลัว มันไม่ชอบอยู่กับคนอื่น”
ใบหน้าของศิษย์พี่สามหม่นลงไม่น้อย ก่อนหน้านี้มีแต่คนมาขอให้เขาช่วย แต่ตอนนี้เขายื่นมือจะช่วย ไม่นึกเลยว่าจะมาถูกปฏิเสธ แต่ต่อหน้าผู้คนมากมาย แน่นอนว่าเขาไม่กล้าหาเรื่องแต่อย่างใด ถึงอย่างไรศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาก็ได้ชื่อว่าเป็นนักปรุงยาที่มีหัวใจอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ในใต้หล้า
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการก็ช่างเถอะ รีบเดินทางต่อดีกว่า”
ในเมื่ออู๋ตี้ปรากฏตัวต่อสายตาทุกคนแล้ว มู่เฉีย