้น”
อวิ๋นอี๋กรุ่นโกรธอย่างหนัก นางเพิ่มหนึ่งแสนหยกวิญญาณ ทว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้กลับเพิ่มอีกหนึ่งล้าน เกินไปแล้ว!
นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่สํานักนอกของสํานักอวิ๋นเยียน จะมีหยกวิญญาณน้อยกว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ได้อย่างไร ?
คุณหนูใหญ่อวิ๋นอี๋กล่าวอย่างลำพองตน “ข้าเพิ่มอีกสองล้าน หากเจ้ากล้าก็เพิ่มอีกสิ”
สิ่งที่ไม่สามารถแข่งกับผู้นำตระกูลมู่ได้เลยก็คือความมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง เวลานี้อวิ๋นอี๋รนหาที่ตาย
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย “ข้าเพิ่มอีกสามล้าน”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองมีเจตนาที่จะแย่งชิงนกยูงสามสีเช่นนี้ เฟิงหลิงอวิ๋นจนปัญญาแล้ว พวกเขามีเงินทองมีหยกวิญญาณมากก็จริง ทว่าก็ไม่ควรใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เขานึกอยากจะดึงมู่เฉียนซีให้ยอมแพ้ ถึงอย่างไรไม่ซื้อนกยูงสามสีตัวนี้ก็ไม่เป็นอะไร
แต่เขาดู ๆ ไปแล้วมู่เฉียนซีไม่สนใจสิ่งใด ต้องการนกยูงสามสีตัวนั้นจนใช้หยกวิญญาณเป็นเหมือนของไร้ค่า เขาทําได้เพียงแต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญาพลางลอบกล่าวกับตนเองเบา ๆ “เฮ้อ… อย่างไรเสียเขาผู้นี้ก็ยังเด็ก”
“หึ! เจ้าเพิ่มสามล้านแล้วอย่างไร ? ข้าจะเพิ่มอีกห้าล้าน ข้ามีหยกวิญญาณมากกว่า เจ้ายังอ่อนเกินไป”
ไม่น่าเชื่อ! อวิ๋นอี๋ดูเหมือนจะหุนหันพลันแล่นกว่ามู่เฉียนซีเสียอีก
มู่เฉียนซีหัวเราะหยอกเย้า “โอ้! เพิ่มอีกห้าล้านรึ ? อา… นั่นก็มากกว่าสิบล้านหยกวิญญาณแล้ว คุณหนูอวิ๋นเจ้ามีเงินมากเกินไป เช่นนั้นนกยูงสามสีนี้ให้เจ้าแล้วกัน”
“เ