จ้า… เจ้า…”
อวิ๋นอี๋โกรธจนแทบคลั่ง นางใช้หยกวิญญาณมากกว่าสิบล้านชิ้นเพื่อซื้อนกยูงสามสี สวรรค์! นางทำสิ่งใดลงไปช่างโง่งมเสียจริง
เวลานี้ เถ้าแก่เจ้าของร้านขายสัตว์วิญญาณกล่าวขึ้นอย่างพึงพอใจ “คุณหนูอวิ๋น ไม่ทราบว่าจะจ่ายตอนนี้หรือจะให้ส่งคนไปรับในสำนักดีหรือ ?”
“ข้า… ข้า…” อวิ๋นอี๋รู้สึกมึนงง
มู่เฉียนซีสะใจนัก นางยังคงยิ้มอย่างหยอกเย้า “หืม ? หรือว่าคุณหนูอวิ๋นจะไม่มีหยกวิญญาณตามที่เสนอ ? หากเจ้าไม่มีมากถึงเพียงนั้นก็จงอย่าแสร้งทำหน้าใหญ่ใจโตจะซื้อจะแย่งสัตว์วิญญาณกับข้าเลย ให้ข้าซื้อนกยูงสามสีนี้เสียเถอะ”
อวิ๋นอี๋กัดฟัน แค่นเสียงกล่าวอย่างไม่ยินยอม “อย่าหวังเลย!” จากนั้นนางหันไปกล่าวกับเถ้าแก่ผู้ขายสัตว์วิญญาณ “ข้าจะลงนามในใบสัญญาซื้อขายเอาไว้ ประเดี๋ยวอีกสักครู่หนึ่งเจ้าส่งคนไปรับหยกวิญญาณได้ที่สํานัก นกยูงสามสีนี้เป็นของข้าแล้ว”
เถ้าแก่ส่งนกยูงสามสีมาไว้ในมือของอวิ๋นอี๋พลางยิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นเชิญคุณหนูใหญ่อวิ๋นรับไว้”
ในทีแรกเถ้าแก่คิดว่าจะขายเพื่อเอาค่าเลี้ยงดูคืน ทว่าโชคดีนักที่ขายได้ในราคาสูงเช่นนี้ เถ้าแก่มองไปยังเด็กหนุ่มนัยน์ตาเขียวผู้นั้น ดวงตาฉายแววซาบซึ้งใจ
เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภของเขาอย่างแน่นอน
เวลานี้เอง ปรมาจารย์หม่าที่อยู่ด้านหลังกำแพงกล่าวขึ้น “นกยูงสามสีนี้ไร้ประโยชน์ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ข้าไม่สนใจที่จะฝึกให้