อวิ๋นปู้หลัว “ข้าคือเจ้าสำนักอวิ๋นเยียน สำนักย่อยในแคว้นชาง ได้ยินมาว่าคุณชายมู่เป็นอัจฉริยะที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้จึงมาเยี่ยมเยือน คงจะไม่รบกวนคุณชายมู่หรอกกระมัง”
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นปู้หลัวผู้นี้กล่าววาจาอ้อมค้อมกว่าบุตรสาวของเขามาก ทว่ามู่เฉียนซีก็ไม่อยากจะเสียเวลากับคนผู้นี้มากนัก
“เจ้าสำนักอวิ๋นมีอะไรก็ว่ามาตรง ๆ เถอะ”
อวิ๋นปู้หลัว “ข้าหวังจะให้คุณชายเข้าเป็นศิษย์ในสำนักอวิ๋นเยียน สำนักย่อยในเมืองชางของพวกเรา สำนักของพวกเราจะมอบทรัพยากรในการฝึกฝนกับคุณชายอย่างดีที่สุด เพื่อจะให้คุณชายได้ทะลวงพลังวิญญาณเป็นราชาแห่งภูตและจักรพรรดิแห่งภูตได้”
มู่เฉียนซีโบกมือมือพลางกล่าว “ข้าน้อยเป็นอิสระมาโดยตลอด อีกทั้งไม่เคยคิดจะเข้าเป็นศิษย์สำนักใด”
อวิ๋นปู้หลัว “ได้ยินมาว่าคุณชายมู่สนใจในการปรุงยา ขอเพียงคุณชายเข้าเป็นศิษย์ในสำนักของพวกเรา ข้าจะให้หัวหน้านักปรุงยาอย่างผู้เฒ่าหวงช่วยสอนและชี้แนะวิชาให้ เขาเป็นถึงนักปรุงยาระดับสูงเชียว”
ไม่มีอัจฉริยะในการปรุงยาคนใดอยากจะคารวะนักปรุงยาระดับสูงเป็นอาจารย์… เรื่องนี้มันยากเสียยิ่งกว่ายาก
เพื่อที่จะดึงชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์อันวิปริตมาเป็นพรรคพวก อวิ๋นปู้หลัวถึงขั้นต้องมายื่นข้อเสนอเช่นนี้ ทว่าเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านี้มู่เฉียนซีล้วนแต่ไม่ต้องการมัน
นางผู้ที่สามารถปรุงยาระดับเจ็บระดับแปดได้ด้วยตนเอง จำเป็นต้องเอานักปรุงยาระดับสูงมาเป็นอาจารย์ด้วยหรืออ