ย่างไร ?
มู่เฉียนซีกล่าวเบา ๆ “ข้าต้องขอบคุณในน้ำใจของเจ้าสำนักมาก ตัวข้าน้อยไม่มีความคิดนี้เลย”
อวิ๋นปู้หลัวยังไม่ยอมแพ้ “คุณชายไม่คิดพิจารณาดูอีกทีหรือ ?”
มู่เฉียนซี “ข้าน้อยได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว”
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนกัดฟันกรอด กล่าวว่า “บุตรสาวของข้าชื่นชมคุณชายมู่มานานแล้ว หากคุณชายมู่ยอมเข้าร่วมกับสำนักของพวกเรา ข้าจะยกบุตรสาวให้เป็นคู่หมั้นคุณชาย”
มู่เฉียนซีตกใจเกือบจะเป็นลมล้มพับไป ตาเฒ่าผู้นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง บุตรสาวของเขามีความปรารถนาอันแรงกล้าอยากจะฉีกร่าง ‘มู่ซี’ ออกเป็นหมื่น ๆ ชิ้น เอาอะไรมาคิดว่านางจะชื่นชมในตัวมู่ซี
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเมินเฉย “บุตรสาวของเจ้าสำนัก เก็บไว้สร้างความเดือนร้อนให้คนอื่นจะดีกว่า ข้าน้อยมิบังอาจ”
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนกล่าววาจากับมู่ซีเช่นนี้นับว่าเกรงใจมากแล้ว เขาคิดไม่ถึงอย่างสุดซึ้งว่ามู่ซีจะเยาะเย้ยด้วยท่าทางนิ่ง ๆ เช่นนี้ เจ้าสำนักอวิ๋นโกรธนัก ถึงแม้ว่าบุตรสาวของเขาจะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นมากล่าววาจาดูหมิ่นเช่นนี้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ตามใจคุณชายมู่เถอะ!” ประกายแสงเย็นวาบผ่านดวงตาของอวิ๋นปู้หลัว
อัจฉริยะผู้นี้เขาไม่สามารถควบคุมไว้ในมือได้ อีกทั้งยังทำให้บุตรสาวเขาขุ่นเคืองใจ เขามีอัจฉริยะมากมายอยู่ในมือ ดูท่าแล้วก่อนที่เจ้าหนุ่มผู้นี้จะออกไปจากเมืองชางเฟิง คงต้องจัดการกำราบเขาให้สิ้นฤทธิ์
อวิ๋นปู้หลัวเดินจากไ