ปด้วยความโกรธเคือง ทำให้เฟิงหลิงอวิ๋นรู้สึกเป็นกังวลใจเล็กน้อย
เฟิงหลิงอวิ๋น “มู่ซี อย่ามองว่าเจ้าสำนักอวิ๋นผู้นี้เป็นผู้มีน้ำใจ เขาเป็นคนใจแคบอย่างมาก วันนี้เจ้าไม่ตอบรับคำเสนอของเขา เกรงว่าต่อไปเขาจะลงมือเล่นงานเจ้าได้”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ผู้นำหลิงอวิ๋น หากเขายื่นข้อเสนอนี้ให้เจ้า เจ้าจะตอบรับหรือไม่ ?”
เฟิงหลิงอวิ๋นส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่เด็ดขาด สำนักคุมขังเกินไป อีกอย่าง พวกเขาก็เป็นสำนักย่อยของสำนักอวิ๋นเยียน”
หลังจากที่ไล่อวิ๋นปู้หลัวไปได้ มู่เฉียนซีก็ไปสนทนากับเสี่ยวชีอย่างลับ ๆ
มู่เฉียนซี “เสี่ยวชี ข้ามีภารกิจที่อันตรายมากจะมอบให้เจ้าทำ หากเจ้ารู้สึกว่าทำไม่สำเร็จแล้วละก็ ข้าจะให้คนส่งเจ้าไปที่แคว้นจื่อเยี่ย แต่หากเจ้าทำได้ ก็ระวังตัวด้วย”
“นายท่านมีเรื่องอะไรว่ามาได้เลย”
“ข้าจะให้เจ้าฆ่าคน”
การฆ่าสังหารคนสักคนนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเสี่ยวชี นับว่าเป็นเรื่องปกติเลยก็ว่าได้
มู่เฉียนซีหยิบใบรายชื่อออกมา กล่าวว่า “บุคคลในชื่อนี้ เจ้าจัดการได้หรือไม่ ?”
รายชื่อเหล่านี้เป็นเจ้านักอวิ๋นเยียน นอกจากเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนในแคว้นชางแล้ว ยังมีรายชื่อของอัจฉริยะของสำนักย่อย ๆ ทั้งสี่แคว้นด้วย โดยเป็นอัจฉริยะรุ่นหนุ่มสาว
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นเจ้าสำนักย่อย ๆ ของสำนักอวิ๋นเยียนแล้วจะเอาพวกเขาอยู่ในรายชื่อสังหาร คนเหล่านี้ล้วนแต่เอาความเป็นอัจฉริยะมาเป็นเปลือกนอก แต่คว