เมื่อทุกคนเห็นชายผู้หนึ่งที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง จึงกล่าวออกมาด้วยความตกใจ “เป็นหวางไห่รึที่จะลงประลอง ? เข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่ เขาไม่ได้ลงประลองมาเป็นเวลานานนมเนแล้ว เมื่อมาลงประลองก็ต้องมาเจอกับเจ้าเด็กที่กระโดดข้ามขั้นขึ้นมานี่น่ะรึ ?”
“เจ้าเด็กนั่นช่างโอหังนัก ได้โอกาสที่จะสั่งสอนเขาพอดี จะได้ไม่ไปทำตัวยโสเกินไปในเขตสาม”
หลินไห่กล่าวขึ้น “เจ้าหนู หากเจ้ากลัวก็จงก้มหัวให้ข้าสามครั้ง แล้วเมื่อถึงตอนนั้นข้าจะยังเหลือลมหายใจไว้ให้เจ้าเฮือกหนึ่ง”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้าน “หากเจ้าคุกเข่าลงและเรียกข้าว่าท่านปู่สามครั้ง ข้าจะยังเหลือลมหายใจไว้ให้เจ้าสามเฮือกเป็นเช่นไรล่ะ ?”
“เจ้าเด็กอวดดี เจ้ารนหาที่ตายเอง เช่นนั้นข้าไม่ต้องเกรงใจแล้ว!”
กำปั้นเหล็กของหลินไห่นั้นน่าเกรงขามอย่างมาก หากหมัดเหล็กของเขากระแทกเข้ากับร่างเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มตรงหน้าเข้าละก็ ผลลัพธ์ที่ได้คือกระดูกเด็กหนุ่มผู้นี้ต้องแตกสลายเป็นแน่
ฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นปรมาจารย์ภูตขั้นสูงสุดระดับเก้า เมื่อเทียบกับมู่เฉียนซีแล้ว เขาสูงกว่าถึงห้าขั้น
เขามีความแข็งแกร่งที่แน่นอนในการบดขยี้ที่จะขยี้มู่เฉียนซีได้ แต่ดวงตาของมู่เฉียนซีกลับไม่มีร่องรอยของความกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน นางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ
“คู่ต่อสู้เช่นนี้สิ ข้าถึงจะได้ฝึกตัวเองให้ผ่านไปได้”
“รับกระบวนท่าเถอะ!” หลินไห่ตะโกนก่อนจะชกมู่เฉียนซีด้วยพลัง กำปั้