นของเขานั้นราวกับกระบองเหล็ก
ในระยะทางสามเมตรที่เข้ามาใกล้มู่เฉียนซี เขานั้นประหนึ่งระบำเข้ามาดั่งกังหันลมที่หมุนอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันทรงพลังเช่นนี้ มู่เฉียนซีไม่ใช้พลังของนางที่เป็นเพียงจอมภูตระดับสี่ไปรับเข้าอย่างจัง นางเลือกที่จะหลบหลีกอย่างชาญฉลาดแทน
นางเลือกใช้ ‘ย่างก้าวพันเงา’
สำหรับนางแล้ว หากจะหลบการโจมตีจากผู้ที่เป็นปรมาจารย์ภูตนั้นไม่ได้ยากเย็นเลย
ในเวลาต่อมา หลังจากที่นางหลบหลีกไปแล้ว มู่เฉียนซีแค่นเสียงเย็นชา “ผนึกมังกรวารี!”
มังกรวารีพุ่งทะยานเข้ากระแทกบนร่างของหลิ่นไห่ สำหรับพลังของกล้ามเนื้อที่บึกบึน มังกรวารีนั้นเป็นเหมือนเพียงสายฝนที่มากระทบกายเท่านั้น เขาหัวเราะยกใหญ่ก่อนจะกล่าว “เจ้าหนู เจ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้เองหรือ ? กระจอกนัก!”
กล่าวเช่นนั้นแล้ว เขาซัดหมัดเข้าใส่มู่เฉียนซีอีกครั้ง เป้าหมายของเขาคือขาทั้งสองข้างของมู่เฉียนซี
เจ้าเด็กผู้นี้มีวรยุทธ์ในการเดินเหินที่เก่งกาจมาก เขาจึงจงใจจะทำให้ขาเจ้าหนุ่มพิการใช้การไม่ได้ หากขาพิการ อยากจะรู้นักว่าจะหนีอย่างไรได้ ?
ทว่าหลินไห่ที่ต้องการทำลายขาทั้งสองข้างของมู่เฉียนซี เขาคิดว่ามันง่ายดายเช่นนั้นหรือ ? ตามความรวดเร็วของมู่เฉียนซีให้ได้ทันเสียก่อนเถิดแล้วค่อยมาว่ากัน!
ลมกระโชกพัดผ่านไป หลินไห่หายใจหอบ เขาทุ่มพลังไปมากทว่าไม่สามารถทำร้ายมู่เฉียนซีได้แม้แต่น้อย
“มังกรวารีสะท้านสวรรค์!” ม