ยงพอ พอจะมีวิธีไหนบ้างที่จะเลื่อนเขตที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้ ?”
“หากพลังวิญญาณไม่พอ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตสอง สามารถเลื่อนขึ้นไปประลองที่เขตสามได้ขอรับ เขตสามเป็นผู้ที่มีพลังวิญญาณปรมาจารย์ภูตระดับเจ็ดถึงระดับเก้า แต่สำหรับคุณชายแล้ว มันอันตรายนะขอรับ”
มู่เฉียนซี “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะประลองต่อ”
มู่เฉียนซีนางคิดกับตนเองว่า นางต้องเป็นที่หนึ่งในเขตสองให้เร็วที่สุด เพราะคู่ต่อสู้ที่เป็นปรมาจารย์ภูตต่ำกว่าระดับหกนั้น สำหรับนางแล้วไม่มีความท้าทายแม้แต่น้อย
ในไม่ช้า ลานประลองใต้ดินก็ได้จับคู่คู่ต่อสู้ให้กับมู่เฉียนซีอีกคน คนผู้นี้มีร่างกายที่แข็งแรงกำยำ อีกทั้งพลังความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่เลวไปกว่าเย่หูผู้ที่พ่ายแพ้ไปในรอบแรกเลย
เขามองมู่เฉียนซีก่อนจะกล่าวด้วยความมั่นใจ “เจ้าโง่เย่หูที่พ่ายแพ้ให้เจ้าผู้นั้น เป็นเพราะมันดูถูกศัตรูเกินไป แต่ข้าไม่มีวันพ่ายแพ้เจ้าแน่นอน”
เมื่อกรรมการประกาศเริ่มการประลอง เจี้ยนกวางก็พุ่งเข้าหามู่เฉียนซี ทว่ามู่เฉียนซีมองข้ามเจี้ยนกวาง นางไม่ขยับร่างกายแต่อย่างใด
ทุกคนลอบกล่าวเบา ๆ “ประเดี๋ยวนะ เจ้าหนุ่มนี่จะใช้วิธีการเดิมงั้นรึ ?!”
ทว่าพวกเขานั้นคิดผิดถนัด ในขณะที่เจี้ยนกวางจะพุ่งเข้ามาใกล้ มู่เฉียนซีก็ยกมือขึ้นมาอย่างเร็วรี่ นางตะโกนดังลั่น “โล่วิญญาณวารี!”
“มังกรวารีสะท้านสวรรค์!”
การสกัดกั้นและกระบวนท่าโจมตีทำให้ร่างของคู่ต่อสู้ตรงหน้ากระเด็นลอยออกไป
ทว่า