สายตาที่จับจ้องมองมาที่นางราวกับอสรพิษ นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองเฮยฉีด้วยสายตาเย็นชา
ใบหน้าของเฮยฉีแสดงออกถึงความตกตะลึง เด็กหนุ่มที่ดูเหมือนเพิ่งจะอายุประมาณสิบหกกลับมีสายตาดุดันไม่กลัวเกรงได้เช่นนี้…
เฮยฉีไม่ยอมแพ้ เขากล่าวเสียงดุดัน “หลิงอวิ๋น อย่าได้ว่าพวกเจ้ารอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ไปได้แล้วจะไม่เป็นไร หลิงอวิ๋นของพวกเจ้าจะถูกลิขิตให้หายไปในเมืองชางนี้”
เฮยฉีพาคนออกไป เวลาเดียวกันเฟิงหลิงอวิ๋นกล่าวขึ้น “คุณชาย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเจ้ามาที่เมืองชาง พวกข้าจะดูแลตอนรับเจ้าอย่างดี”
มู่เฉียนซีก็ไม่ได้เกรงใจ นางกล่าว “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว เรียกข้าว่ามู่ซีเถอะ”
……
เมื่อคุณหนูใหญ่อวิ๋นอี๋กลับมาที่เมืองชาง นางก็ออกคําสั่งทันที “เฝ้าประตูเมืองไว้ หากสองคนนั้นเข้ามาในเมืองชาง จงจับตัวมาให้ข้า”
ที่เทือกเขาชีชงก็ยังไม่อาจทำให้นางนั้นอับจนหนทางได้ เมื่อมาถึงที่ของนางเช่นนี้ นางนั้นจะอับจนหนทางได้หรือ ?
ไม่มีทาง!
ไม่นานก็มีคนมาส่งข่าวคราว “คุณหนูใหญ่ขอรับ พวกเขาเข้าเมืองมาแล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ในกลุ่มนักผจญภัยหลิงอวิ๋น เกรงว่ามิอาจแตะต้องได้ง่าย ๆ ขอรับ”
“มิอาจแตะต้องได้ง่าย ๆ รึ เจ้าหมายความว่าอย่างไร ?”
เพียงแค่กลุ่มนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เฟิงหลิงอวิ๋นก็ทําให้ท่านพ่อโกรธกริ้วแล้ว หรือว่าเขาจะยังล่วงเกินข้าเพื่อปกปิดการมีอยู่ของเจ้าเด็กสองคน ตามคนมาแล้วไปกับข้า ไปเอาตัวพว