กเขามา”
อวิ๋นอี๋พาคนไปพบกลุ่มนักผจญภัยหลิงอวิ๋น
นางทำท่าทางโหดร้าย แววตาดุดันฉายชัด
“ท่านผู้นำขอรับ คุณหนูใหญ่อวิ๋นมาแล้ว นางต้องการคนจากพวกเรา นางต้องการเด็กหนุ่มสองคนนั้นขอรับ”
เฟิงหลิงอวิ๋นกล่าวอย่างเย็นชาว่า “มู่ซีเป็นแขกคนสําคัญของพวกเรากลุ่มนักผจญภัยหลิงอวิ๋น แม้ว่าคุณหนูใหญ่อวิ๋นอี๋จะต้องการใคร พวกเราก็ไม่สามารถส่งตัวพวกเขาให้ได้”
— ปัง! —
ทว่าเวลานี้ คุณหนูใหญ่อวิ๋นได้นําคนเข้ามาแล้ว นางเห็นเด็กหนุ่มนัยน์ตาเขียวผู้งดงามตรงหน้า ใบหน้าที่เดิมทีนางเคยมองว่างดงาม บัดนี้นางมองว่าน่าสะอิดสะเอียน
“เหอะ! เป็นเจ้าจริง ๆ เวลานี้เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้ว “หนีรึ ? เหตุใดข้าต้องหนี ? หรือว่าในเมืองชางนี้ เจ้าคิดจะใช้อำนาจฆ่าคน ?”
“ในเมืองชางนี้ถึงแม้ข้าจะฆ่าคน ก็ไม่มีใครมายุ่งเรื่องของข้าได้”“เจ้าเป็นเจ้าเมืองชางรึ ?”“เจ้าเมืองไม่เกี่ยว ข้าป็นคุณหนูใหญ่ของสํานักนอกของสํานักอวิ๋นเยียน สํานักอวิ๋นเยียนแห่งสํานักนิกายระดับหนึ่งเพียงหนึ่งเดียวในเซี่ยโจว เจ้าอย่าบอกข้าว่าเจ้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” อวิ๋นอี๋เงยหน้ากล่าวอย่างหยิ่งยโสในทวีปเซี่ยโจว หากเกี่ยวข้องกับอวิ๋นเยียนของสํานักนิกายระดับหนึ่ง อวิ๋นอี๋แสนมั่นใจว่าไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถล่วงเกินได้แม้แต่สํานักนอกอย่างสํานักนิกายครึ่งระดับก็ไม่กล้าล่วงเกิน.
“ในเมืองชางนี้ถึงแม้ข้าจะฆ่าคน ก็ไม่มีใครมายุ่งเรื่องของข้าได้”
“เจ้าเป็นเจ