อมู่เฉียนซีเห็นใบหน้าของเสี่ยวชีนางถึงกับตกตะลึง ใบหน้างดงามราวกับบุปผาเบ่งบาน ดูอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างไร้ที่ติ
อะไรกันนี่ ?! เขาเป็นนักฆ่าเป็นมือสังหารความสามารถเย้ยฟ้าท้าสวรรค์ แต่มีใบหน้าที่งดงามเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นบุรุษ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดผู้นำหออสูรทมิฬถึงได้เลือกที่จะปกปิดใบหน้าที่แท้จริงของเขาไว้
เสี่ยวชีเอามือลูบใบหน้าตนเองก่อนจะกล่าวถาม “นายท่าน หน้าตาข้าอัปลักษณ์มากเลยใช่หรือไม่ ?”
ขนคิ้วเป็นระเบียบราววาดโดยน้ำหมึก ริมฝีปากงดงามราวดอกเหมย ผิวพรรณขาวดุจดั่งหยกขาว ผู้ใดพบเห็นเข้าจะไม่ตะลึงได้อย่างไรกัน
“จะอัปลักษณ์ได้อย่างไรเล่า ?! เจ้าดูดีอย่างมาก” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง
หลังจากรอยยิ้มนั้น ลมเย็นยะเยือกพลันพัดกระโชกมา เสี่ยวชีในฐานะนักฆ่า เขารู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวมุ่งเป้ามาหาเขา
จิ่วเยี่ยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซี ทำเอานางผงะไป “จิ่วเยี่ย เป็นอะไรไปรึ ?”
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นจ้องมู่เฉียนซีเขม็งราวกับว่าจะกลืนกินวิญญาณของนางไปก็มิปาน เขากล่าวขึ้นอย่างเชื่องช้า “คนผู้นี้หากรั้งไว้อยู่ข้างกายเจ้า จะเป็นปัญหาเอาได้”
มู่เฉียนซี “จิ่วเยี่ย เจ้าวางใจได้ หลังจากที่ออกไปจากเทือกเขาชีชง ข้ามีบางอย่างจะให้เขาจัดการ”
“หลังออกไปจากเทือกเขาชีชงรึ ?” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม สุดท้ายร่างของเขาก็อันตรธานไปทันที
มู่เฉียนซีกล่าวกับเสี่ยวชี “