าประเดี๋ยวนี้เลย!”
มู่เฉียนซีกล่าวติดตลก “เหอะ ๆ คุณหนู… หน้าตาเจ้าอัปลักษณ์ยิ่งนัก ทำเอาข้าตกใจไม่น้อย แล้วสำหรับเรื่องนี้เจ้าจะชดเชยให้ข้าอย่างไรล่ะ ?”
เป็นคุณหนูใหญ่ผู้นี้ที่จงใจหาเรื่องอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี มู่เฉียนซีรู้สึกแสนจะรำคาญ นางรำคาญมากเสียจนต้องการจะวางยาพิษให้สตรีปากร้ายเป็นใบ้แล้วไล่ไปเสียให้พ้น ๆ หน้า
ใบหน้าของสตรีชุดชมพูพลันเปลี่ยนไป “เจ้า… เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าววาจากล่าวหาว่าข้าใบหน้าอัปลักษณ์ ? เจ้านั่นแหละ เจ้า…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเบื่อหน่ายพลางส่ายศีรษะ “สตรีอัปลักษณ์เอ๋ย… เจ้าอย่าบอกข้านะว่าเจ้าไม่รู้ข้อบกพร่องของตัวเองว่าเป็นเช่นไร ?”
สตรีชุดชมพูตะโกนสั่งดังลั่น “จับตัวสองคนนี้เอาไว้! หม้อยาของเขาเป็นของข้าแล้ว ถึงเจ้าจะมีหม้อยา แต่ก็ไม่สามารถเป็นนักปรุงยาได้ เสียเวลาเปล่า”
องครักษ์ข้างกายของสตรีชุดชมพู เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเสี่ยวชีก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรแล้วคำสั่งของคุณหนูใหญ่ก็ไม่อาจไปขัดเคืองได้ พวกเขาจำใจต้องทำ
ศิษย์พี่ที่อยู่ข้างกายสตรีชุดชมพูรู้สึกลำบากใจทำสิ่งใดไม่ถูก เขาพยายามกล่าววาจาโน้มน้าวศิษย์น้อง “ศิษย์น้อง ช่างมันเถอะ รอออกไปจากที่นี่ เจ้าก็ค่อยให้ท่านอาจารย์หาหม้อยาใหม่ที่เหมาะสมกับเจ้า เรื่องก็จบสิ้นแล้ว”
“ไม่ได้ ข้าต้องการหม้อยาที่อยู่กับเขาผู้นั้น”
“มังกรวารีพิฆาต!” มู่เฉียนซีขี้คร้านจะรอ นางชิงโจมตี
เสือที่ไม่แ