“เมื่อครู่นี้เจ้าลงมือได้ถึงอกถึงใจจริง ๆ” มู่เฉียนซีกล่าว จากนั้นนางแค่นเสียง ปล่อยกระบวนท่าออกมา
“เหยียนหลงพิฆาต!”
เมื่อพลังแห่งการทำลายล้างและความกระหายเลือดพุ่งเข้ามา ใบหน้าหลางเทียนพลันเปลี่ยนไป
กระบวนท่าการโจมตีเมื่อครู่นี้ทำให้เขาสูญเสียพลังทั้งหมดไป และยาฟื้นฟูพลังวิญญาณที่นำติดตัวมาก็ใช้ไปจนหมดในตอนที่เขาไล่ตามมู่เฉียนซี
เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันที่ท่วมท้นของมู่เฉียนซีเช่นนี้ หลางเทียนไม่มีใจคิดที่จะสังหารมู่เฉียนซีแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาคิดคือการหนีอย่างเดียวเท่านั้น
หลางเทียนในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับหมาป่า เขากระโจนหนีเข้าไปในป่าลึกอย่างสุดชีวิต
ในเมื่อเขาวิ่งหนีได้ มู่เฉียนซีมีหรือจะวิ่งตามไม่ได้ ?
หากไม่ตาย นางจะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด แน่นอนว่ามู่เฉียนซีคงไม่ปล่อยให้หลางเทียนมีชีวิตรอดไปได้ ดังนั้นนางจึงรีบไล่ตามเขาไปอย่างเร็วรี่
เดิมทีนางเป็นผู้ล่า ทว่าเวลานี้กลับกลายเป็นเหยื่อถูกล่าเองเสียแล้ว อีกทั้งยังเป็นเหยื่อที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนกับความตายด้วย
ในตอนที่มู่เฉียนซีเป็นเหยื่อที่ถูกล่า นางใช้กลยุทธ์ปั่นหัวหลางเทียนจนเขาจนมุม แต่เวลานี้หลางเทียนคิดแต่จะหนีเอาชีวิตรอด เขาไม่มีความคิดที่เหนือชั้นอย่างมู่เฉียนซีเลย
บนตัวเขาในตอนนี้ไม่มียาฟื้นฟูพลังวิญญาณหลงเหลืออยู่อีกแล้ว อีกทั้งเขาก็ไม่มีทักษะทางร่างกายระดับสูงอย่างมู่เฉียนซี ดังนั้นระยะห่างของทั้งสองจึงเริ่มแคบลง มันยิ่งใก