มู่เฉียนซี “ข้าพบชายชุดดำในเทือกเขาชีชง เขาใช้เสียงขลุ่ยควบคุมให้สัตว์วิญญาณและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อาละวาดและก่อจลาจล แต่ข้าแค่เพียงทำลายขลุ่ยของเขาทิ้ง เขาก็หนีเตลิดไปเสียแล้ว”
a
ท่านเจ้าเมืองกล่าวขึ้น “หือ ? ในทวีปเซี่ยโจวยังมีผู้ที่มีความสามารถพิเศษเช่นนี้อยู่อีกรึ ? เมืองฉู่ของเราเป็นเมืองด่านป้อมปราการ เมืองของเรานั้นล่วงเกินผู้อื่นน้อยมาก”
สายตาของมู่เฉียนซีส่องประกาย “เมืองหน้าด่านรึ ? อาจจะมีคนที่อยากจะใช้เมืองหน้าด่านนี้ไปทำอะไรสักอย่างก็เป็นได้ จากนี้ไปท่านเจ้าเมืองจะต้องระวังเสียหน่อยแล้ว ข้าขอเสนอว่าประกาศหาเหล่ายอดฝีมือมาเข้าร่วมเถอะ ป่าวประกาศไปถึงทุกสำนักในภาคตะวันตก หากพวกเขาไม่เชื่อ ขลุ่ยหยกของชายชุดดำผู้นั้นสามารถเป็นหลักฐานได้”
มู่เฉียนซีได้มอบขลุ่ยหยกที่หักเป็นสองท่อนให้แก่เจ้าเมืองไป อย่างไรเสียนางก็ไม่สามารถอยู่ที่เมืองฉู่เรื่อยไปได้ การป้องกันเมืองฉู่นั้น ควรที่จะต้องให้พวกเขาจัดการกันเอง
“ถ้าหากเป้าหมายของใครบางคนคือเมืองหน้าด่านนี้ละก็ ความทะเยอทะยานของเขาคงจะครอบคลุมไปทั้งทวีปเซี่ยโจว และสำนักใหญ่ต่าง ๆ เองก็คงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้” เจ้าเมืองพยักหน้าก่อนจะกล่าวว่า “มู่ซี ข้าขอบคุณเจ้ามากที่ชี้แนะ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร มีพลังอำนาจใด ข้าจะต้องรักษาเมืองนี้เอาไว้ให้ดีแน่นอน”
เจ้าเมืองและมู่เฉียนซีออกจากห้องตำราไป ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาสนทนากันในเรื่องใด
ท่านเจ