ีแท้! ข้าดูแทบไม่ทัน เขาเคลื่อนไหวเร็วยิ่งนัก”
“เขาน่าจะเป็นผู้ฝึกสัตว์ผู้แข็งแกร่งที่มู่ซีกล่าวถึง คงจะเป็นองครักษ์เงาของเจ้าหนุ่มมู่ซี เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าหนุ่มมู่ซีปลอดภัยกลับมา เช่นนั้นเราก็กลับไปพักผ่อนกันเถอะ”
การจลาจลของสัตว์วิญญาณในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาต่างก็เหน็ดเหนื่อยและหมดเรี่ยวแรงไปอย่างมาก
จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีมาส่งที่ห้องพักในโรงเตี๊ยม ทว่าเขาไม่มีท่าทีที่จะกลับไปแต่อย่างใด เขาโน้มกายมาใกล้ จากนั้นริมฝีปากเขาก็พุ่งเข้ามาประกบริมฝีปากนาง
“อื้ม!”
เขามักใช้อำนาจบาตรใหญ่ไม่ยอมให้ใครปฏิเสธเขาได้ง่าย ๆ จนทำให้มู่เฉียนซีต้องหาทางหนีทีไล่ ต่อต้านเขาราวกับฝนที่ตกกระหน่ำ
มู่เฉียนซีแทบร้องไห้ “จิ่วเยี่ย วันนี้ข้าเหนื่อยมาก เจ้ามาทวงหนี้วันอื่นได้หรือไม่ ?”
อาถิงบัดซบนั่นก็เหลือเกิน เมื่อไหร่จะตื่นขึ้นมาสักที หากตื่นขึ้นมาเร็วกว่านี้ก็สามารถช่วยให้จิ่วเยี่ยตามหาคนผู้นั้นเจอโดยไว และนางก็คงไม่ต้องมาปวดหัวเช่นนี้
“ซี… เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงแผ่วเบาก่อนจะวางร่างนางลง
มู่เฉียนซีรู้สึกกล่าวอะไรไม่ออก ถึงแม้ว่าไม่ต้องทำอะไร มันก็เหนื่อยอยู่วันยังค่ำ เจ้าก้อนน้ำแข็งนี่ไม่เข้าใจรึ ?
การจลาจลของสัตว์วิญญาณสิ้นสุดลงแล้ว เมืองฉู่ได้รับการปกป้องเอาไว้อย่างปลอดภัย ชาวบ้านในเมืองฉู่เสมือนได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ทว่ามู่เฉียนซีในเวลานี้กลับต้องอยู่ในห้องที่มืดมิดโดยมีบุรุษ