ยทะเลาะกันจนจะต่อสู้กันอยู่แล้ว”
“ขอโทษด้วย ข้ามาช้าเสียแล้ว”
จางอี้และพรรคพวกยิ้ม “ฮ่า ๆ ๆ เจ้าหนู เจ้ามาก็ดีแล้ว มา ๆ ๆ รีบมานั่งเร็วเข้าเร็ว”
ทางด้านนักผจญภัยอิสระต้อนรับมู่เฉียนซีด้วยความอบอุ่น เพียงแต่… การต้อนรับอย่างอบอุ่นนี้ทำให้มู่เฉียนซีทำตัวไม่ถูก
“เจ้าหนู มา… ข้าดื่มให้เจ้าหนึ่งจอก”
“ข้าก็ดื่มให้เจ้าหนึ่งจอก”
แต่เมื่อความกระตือรือร้นของพวกเขายิ่งสูงขึ้น ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกเย็นวาบที่ด้านหลังขึ้นมา ต่อมามู่เฉียนซีก็ได้ยินเสียงที่เย็นชานั้นของจิ่วเยี่ย “หากจะดื่มเหล้า ข้าจะดื่มเป็นเพื่อนเจ้าเอง…”
ความเย็นวาบนั้นราวกับจะทำให้บรรยากาศรอบ ๆ กลายเป็นน้ำแข็งก็มิปาน
มู่เฉียนซีรีบกล่าวกับเหล่าพี่ใหญ่นักผจญภัยอิสระ “ข้าดื่มได้ไม่มากนัก ดื่มได้พอเป็นพิธีเท่านั้น”
มู่เฉียนซีจิบเหล้า จากนั้นกล่าวขึ้นอีกว่า “ข้าขอตัวไปคุยกับท่านเจ้าเมืองสักครู่ พวกท่านสนทนาพาทีกันไปก่อนเถิด”
“เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเจ้าทำให้เจ้าหนุ่มมู่ซีตกใจแล้ว”
“เจ้าหนุ่มนั่นดูเป็นผู้ใหญ่อย่างมาก พวกเจ้าเล่นพิเรนท์อะไรจึงไปให้เขาดื่มมากเช่นนั้น เห็นหรือไม่ว่าเขาตกใจจนหนีไปแล้ว”
“เฮ้อ…”
…
เมื่อท่านเจ้าเมืองเห็นว่ามู่ซีมีเรื่องจะสนทนาด้วย ทั้งสองก็เข้าไปคุยกันในห้องตำรา
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า… “ท่านเจ้าเมือง เมืองฉู่เคยมีเรื่องผิดใจอันใดกับใครหรือไม่ ? การที่สัตว์วิญญาณมาอาละวาดที่เมืองฉู่ในครานี้ ไม่ได้มาจ