ใช่พวกเจ้าเป็นคนจัด เจ้าเป็นเพียงแขกกลับเจ้ากี้เจ้าการเสียเอง ท่านเจ้าเมือง คนพวกนี้ทำเรื่องมิควร ต้องไล่ออกไปนะขอรับ” หลางเทียนกล่าวยุ
เพียงเวลาไม่นาน ทั้งสองฝั่งก็กลายเป็นน้ำกับไฟที่ไม่ลงรอยกัน
…
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ตื่นขึ้นมา เมื่อนางมองดูท้องฟ้าด้านนอกก็พบว่าท้องฟ้าได้มืดลงแล้ว
เมื่อเถ้าแก่เห็นว่ามู่เฉียนซีออกมาจากห้อง เขาบอกกับนางว่า “เจ้าหนุ่ม นี่เป็นจดหมายเชิญที่ท่านเจ้าเมืองส่งมาให้เจ้า”
มู่เฉียนซีเปิดดูจดหมายและพึมพำกับตัวเอง “คืนนี้ โอ้! ข้าสายแล้ว…”
เถ้าแก่ “ถึงจะสายแต่ก็ต้องไปจวนเจ้าเมือง ถึงอย่างไรเรื่องของบุรุษชุดดำเป่าขลุ่ยผู้นั้นก็ต้องไปถามเบาะแสจากเจ้าเมืองสักหน่อยก็ดี ถามดูว่าเมืองฉู่ได้ไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือไม่ จึงทำให้คนผู้นั้นควบคุมสัตว์วิญญาณมาโจมตีเมืองฉู่เช่นนี้ได้”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “อืม ข้าจะลองไปถามท่านเจ้าเมืองดู”
มู่เฉียนซีไม่คิดเลยว่าเมื่อมาถึงห้องโถงของงานเลี้ยง บรรยากาศจะตึงเครียดเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะมีท่านเจ้าเมืองอยู่ มีหวังทั้งสองฝ่ายคงจะเริ่มลงมือต่อสู้กันแล้ว
มู่เฉียนซี “เกิดอะไรขึ้นรึ ?”
เมื่อเสียงที่คุ้นเคยนี้ดังขึ้น สายตาของทุกคนก็หันมอง เห็นร่างของหนุ่มน้อยนัยน์ตาเขียวที่ดูงดงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสตรี พวกเขาต่างก็ผงะไปครู่หนึ่ง
ท่านเจ้าเมืองแสร้งทำเป็นโกรธ “มู่ซี เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกรึว่าเกิดอะไรขึ้น ? เป็นเพราะเจ้ามาช้า ทั้งสองฝ่า